Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 16 หน้าที่ 389

เล่ม มมร. 16 หน้า 389 ข้อ 363
ปริกฺขารตฺถํ ทานํ เทติ ความว่า บุคคลย่อมให้ทานเพื่อเป็นเครื่องประดับ และเพื่อเป็นบริวารของจิตในสมถะ และวิปัสสนา. จริงอยู่ ทาน ย่อม กระทำจิตให้อ่อนได้. อันผู้ใดได้วัตถุ แม้ผู้นั้นก็ย่อมมีจิตอ่อนว่า เราได้แล้ว. อันผู้ใดให้แล้ว แม้ผู้นั้นก็ย่อมมีจิตอ่อนว่า เราให้แล้ว. ทานย่อมกระทำ จิตของบุคคลแม้ทั้งสองให้อ่อนได้ ด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุนั้นนั่นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสคำเป็นต้นว่า การฝึกจิตซึ่งยังไม่เคยฝึก (ชื่อว่า ทาน). เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า การฝึกจิตซึ่งยังไม่เคยฝึก ชื่อว่าทาน การ ไม่ให้เป็นเหตุประทุษร้ายจิตที่ฝึกแล้ว สัตว์ ทั้งหลายย่อมฟูขึ้น และฟุบลง ด้วยทานและ วาจาที่อ่อนหวาน ดังนี้. ก็บรรดาทานทั้ง ๘ ประการเหล่านี้ ทานที่เป็นเครื่องประดับจิตเท่านั้นสูงสุด. บทว่า ทานูปปตฺติโย ความว่า เข้าถึงเพราะทานเป็นปัจจัย. บทว่า ทหติ แปลว่า ตั้งไว้. คำว่า อธิฏฺาติ เป็นไวพจน์ของคำว่า ทหติ นั้นนั่นแหละ. บทว่า ภาเวติ แปลว่า ให้เจริญ. สองบทว่า หีเน วิมุตฺตํ ความว่า หลุดพ้นกามคุณ ๕ อันเลว. บทว่า อุตฺตริอภาวิตํ ความว่า แต่นั้น ไม่อบรมเพื่อต้องการมรรคผลอันยอดเยี่ยม. สองบทว่า ตตฺรูป- ปตฺติยาสํวตฺตติ ความว่า บุคคลปรารถนา ( เกิด ) ที่ใด กระทำกุศลไว้ ก็ย่อมเป็นไปพร้อม เพื่อประโยชน์แก่การเกิดในที่นั้น ๆ. บทว่า วีตราคสฺส ความว่า ผู้มีราคะอันตัดได้เด็ดขาดด้วยมรรค หรือผู้มีราคะอันข่มได้ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka