พระวินัยปิฎก (พระไตรปิฎกเล่มที่ 1-8) หมวดที่รวบรวมพุทธบัญญัติ และสิกขาบทในเรื่องของกฏระเบียบ สำหรับพระภิกษุ พระภิกษุณี แบ่งออกเป็น 3 หมวดย่อยคือ สุตตวิภังค์, ขันธกะ และ บริวาร
Three Baskets
พระไตรปิฏก ถือเป็นคัมภีร์สำคัญสูงสุดในพระพุทธศาสนาเถรวาท ที่บรรจุรวมรวมพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตลอด 45 พรรษา และยังเป็นรากฐานของการศึกษาพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ที่นับถือศาสนาพุทธ
คำว่า "ไตรปิฏก" แปลว่า "คัมภีร์ 3 ตะกร้า" หมายถึงการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ได้แก่ พระวินัยปิฏก, พระสุตตันตปิฏก, และ พระอภิธรรมปิฏก
ในสมัยพุทธกาล พระภิกษุสืบทอดรักษาคำสอนด้วย มุขปาฐะ คือการท่องจำ และสวดพร้อมกัน หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน คำสอนได้ผ่านการสังคายนาเพื่อจัดหมวดหมู่ และทำความตกลงกันในหมู่สงฆ์ เพื่อรักษาความถูกต้องของพระธรรมวินัยให้ไม่คลาดเคลื่อน จนถึงประมาณปี พ.ศ. 450 พุทธศาสนาในอินเดียได้ถูกรุกรานจากสงคราม ทำให้ผู้ทรงจำพระไตรปิฏกเหลือน้อยลงมาก จึงเริ่มเกิดการจารึกบันทึกพระไตรปิฏกเป็นลายลักษ์อักษร ด้วยภาษาสิงหลลงในใบลานเป็นครั้งแรกที่ประเทศศรีลังกา
พระพุทธศาสนาเถรวาทและพระไตรปิฎกเข้าสู่ดินแดนไทยตั้งแต่ยุค ทวารวดี และเจริญมั่นคงในสมัย สุโขทัย โดยรับคัมภีร์ภาษาบาลีจากลังกา เป็นหลัก จนในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับอักษรไทยเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2436 รวม 39 เล่ม เรียกว่า พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ นับเป็นก้าวสำคัญในการเผยแผ่พระไตรปิฎกในวงกว้าง
ในยุคปัจจุบัน พระไตรปิฏกได้รับการแปลเป็นภาษาไทย อังกฤษ และภาษาอื่นๆ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในประเทศไทยได้รับการจัดพิมพ์และเผยแพร่ ทั้งในรูปแบบหนังสือฉบับ มหามกุฏราชวิทยาลัย และ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รวมถึงในรูปแบบ ดิจิทัล ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ทำให้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าถึง พระไตรปิฏกได้อย่างสะดวก ตลอดระยะเวลากว่า 2,500 ปี พระไตรปิฎกยังคงเป็น หัวใจของพระพุทธศาสนาเถรวาท และเป็นแสงสว่างนำทางให้แก่พุทธศาสนิกชนในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติธรรม สืบมาจนถึงทุกวันนี้
พระวินัยปิฎก (พระไตรปิฎกเล่มที่ 1-8) หมวดที่รวบรวมพุทธบัญญัติ และสิกขาบทในเรื่องของกฏระเบียบ สำหรับพระภิกษุ พระภิกษุณี แบ่งออกเป็น 3 หมวดย่อยคือ สุตตวิภังค์, ขันธกะ และ บริวาร
พระสุตตันตปิฎก (พระไตรปิฎกเล่มที่ 9-33) หมวดที่รวบรวมพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าและพระสาวกได้ตรัสสอนในโอกาสต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 5 นิกาย (ทีฆนิกาย, มัชฌิมนิกาย, สังยุตตนิกาย, อังคุตตรนิกาย และ ขุททกนิกาย) ตามความยาวและเนื้อหาของพระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก (พระไตรปิฎกเล่มที่ 34-45) หมวดที่มีเนื้อหามากที่สุด โดยเป็นส่วนที่อธิบายถึงสภาพปรมัตถธรรมล้วน ๆ พ้นจากสัตว์ บุคคล แบ่งออกเป็น 7 คัมภีร์ คือ ธัมมสังคณี วิภังคปกรณ์ ธาตุกถา ปุคคลบัญญัติ กถาวัตถุ ยมกปกรณ์ และ มหาปัฏฐาน