Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 16 หน้าที่ 392

เล่ม มมร. 16 หน้า 392 ข้อ 363
ทั้งปวง. จริงอยู่ สุทธาวาสทั้งหลาย เป็นเหมือนกับค่าย ( ถิ่นที่ประทับ ) ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. เพราะว่าในอสงไขยกัปป์ ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้า ไม่บังเกิด ที่นั้นย่อมว่างเปล่า เพราะเหตุนั้น ท่านจึงไม่จัดไว้ ( ว่าเป็น สัตตาวาส ) เพราะความที่ไม่เป็นไปในกาลทั้งปวง. คำที่เหลือในอรรถนี้ บัณฑิตพึงทราบดังต่อไปนี้ คำที่จะพึงกล่าวท่านกล่าวไว้แล้วในหนหลัง นั่นแล. พึงทราบวินิจฉัยในอขณะทั้งหลาย. หลายบทว่า ธมฺโม จ เทสิยติ ความว่า สัจจธรรม ๔ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมทรงแสดง. บทว่า โอปสมิโถ ความว่า กระทำการเข้าไประงับกิเลส. บทว่า ปรินิพฺพานิโก ความว่า นำมาซึ่งการดับรอบแห่งกิเลส. บทว่า สมฺโพธคามี ความว่า ผู้แทงตลอดด้วยมรรคญาณ ๔. บทว่า อญฺตรํ ความว่า อสัญญภพ หรือว่า อรูปภพ บทว่า อนุปุพฺพวิหารา ความว่า วิหารธรรมอันจะพึง เข้าไปตามลำดับ. บทว่า อนุปุพฺพนิโรธา ความว่า ดับไปตามลำดับ คำว่า อิเม โข อาวุโส เป็นต้น บัณฑิตพึงประกอบโดยนัยดังที่กล่าวแล้วนั่นแล พระเถระเมื่อกล่าวปัญหา ๕๔ ปัญหา ด้วยสามารถแห่งหมวดเก้า ๖ หมวด แสดงสามัคคีรส แล้วด้วยประการฉะนี้ดังนี้แล จบหมวด ๙ ว่าด้วยธรรมหมวด ๑๐ พระเถระครั้นแสดงสามัคคีรสด้วยสามารถแห่งหมวดเก้าด้วย ประการฉะนี้แล้ว บัดนี้เพื่อจะแสดงสามัคคีรสด้วยสามารถแห่งหมวดสิบ จึงปรารภพระธรรมเทศนาอีก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka