Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 323

เล่ม มมร. 17 หน้า 323 ข้อ 52
อุปมา ๔ ข้อ ต่อจากนั้น พราหมณ์ได้ชมเชยพระธรรมเทศนานั้นแลด้วยอุปมา ๔ ข้อ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิกุชฺชิตํ ได้แก่ภาชนะที่วางคว่ำปากลง หรือที่มีปากอยู่ข้างใต้. บทว่า อุกฺกุชฺเชยฺย ได้แก่พึงหงายปากขึ้น. บทว่า ปฏิจฺฉนฺนํ ได้แก่ที่เขาปิดไว้ด้วยหญ้าและใบไม้เป็นต้น. บทว่า วิวเรยฺย แปลว่าพึงเปิด. บทว่า มุฬฺหสฺส ได้แก่ (บุคคล) ผู้หลงทิศ. บทว่า มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย ความว่า พึงจับที่มือแล้วบอกว่า นี่ทาง. บทว่า อนฺธกาเร คือในความมืดมีองค์ ๔ (คือมืด) เพราะวัน แรม ๑๔ ค่ำ เพราะเป็นเวลาเที่ยงคืน เพราะป่าทึบ และเพราะเมฆหนา บดบัง. ความหมายของบทที่ไม่ง่ายมีเท่านี้ก่อน. ส่วนคำอธิบายประกอบความหมายมีดังต่อไปนี้ว่า :- พระโคดมผู้เจริญผู้ยังข้าพระองค์ผู้เบือนหน้าหนีจากสัทธรรม ตกไป ในอสัทธรรม ให้พ้นมาจากอสัทธรรม เหมือนใคร ๆ พึงหงายของที่คว่ำ ขึ้นฉะนั้น ผู้เปิดเผยศาสนาซึ่งถูกปิดบังไว้ด้วยรกชัฏ คือมิจฉาทิฏฐิ จำเดิม แต่ศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ อันตรธานไป เหมือนใคร ๆ พึงเปิดของที่ถูกปิดบังออกฉะนั้น ผู้บอกทางสวรรค์และ นิพพานแก่ข้าพระองค์ผู้เดินหลงไปสู่ทางสายต่ำ คือทางที่ผิด เหมือนใครๆ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka