Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 455

เล่ม มมร. 17 หน้า 455 ข้อ 99
จริงอยู่ ปราโมทย์นั้นท่านกล่าวว่า ประกอบด้วยธรรมอันเป็นไปโดย อาการพิจารณาโดยลักษณะที่ไม่มีโทษ. บทว่า ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ ความว่า ปีติ อันไม่เจือด้วยอามิส ย่อมเกิดแก่ท่านผู้บันเทิงด้วยปราโมทย์นี้. บทว่า ปีติมนสฺส ความว่า ผู้มีใจอิ่มเอิบด้วยปีตินั้น. บทว่า กาโย ปสฺสมฺภติ ความว่า แม้กายก็เป็นอันสงบระงับ คือมีความกระวนกระวายอันสงบระงับแล้ว. บทว่า ปสฺสทฺธกาโย สุขํ ความว่า ท่านผู้มีความกระวนกระวาย ทางกายสงบแล้วอย่างนี้ ย่อมเสวยสุขทางใจ. บทว่า จิตฺตํ สมาธิยติ ความว่า จิตย่อมตั้งมั่นโดยชอบ คือ ดำรงอยู่ ไม่หวั่นไหว ดุจถึงอัปปนา. ๙๖) พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงอานิสงส์มีโสมนัส เป็นต้น อันเกิดขึ้นอยู่แก่ภิกษุรูปนั้น ผู้พิจารณาอยู่ซึ่งการละกิเลสอัน ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรง ประกาศอาการอันเป็นไปแล้วแห่งการพิจารณาของภิกษุนั้น โดยวาระว่า ยโตธิ โข ปน เม ดังนี้ แล้วแสดงพลานุภาพแห่งอนาคามิมรรคนั้น นั่นแล จึงตรัสคำว่า ส โข โส ภิกฺขเว ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํสีโล ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมทรงแสดงศีลขันธ์อันประกอบด้วย อนาคามิมรรคของภิกษุรูปนั้น. บทว่า เอวํธมฺโม เอวํปญฺโ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อม ทรงแสดงสมาธิขันธ์ และปัญญาขันธ์อันประกอบด้วยอนาคามิมรรคนั้น นั่นแล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka