Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 663

เล่ม มมร. 17 หน้า 663 ข้อ 152
พระองค์จึงตรัสว่า ภิกษุ เพราะเป็นผู้ประเสริฐที่สุด. ก็ทรงระบุถึงภิกษุนั้นแล้ว เทวดาและมนุษย์ที่เหลือก็เป็นอันทรง ระบุถึงด้วยเหมือนกัน เหมือนบริษัทที่เหลือถูกระบุถึงด้วยราชศัพท์ในกิจ ทั้งหลายมีการเสด็จพระราชดำเนินเป็นต้น. และผู้ใดปฏิบัติข้อปฏิบัตินี้ ผู้นั้น ก็ชื่อว่า ภิกษุ เพราะฉะนั้น พระองค์จึงตรัสว่า ภิกษุ เพราะทรงแสดงถึงภิกขุภาวะ. ด้วยข้อปฏิบัติ บ้าง. ผู้ปฏิบัติจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม เข้าถึงการนับว่าเป็นภิกษุ ทั้งนั้น. สมดังที่ตรัสไว้ว่า ถึงผู้ที่ประดับประดาแล้ว หากประพฤติธรรมสม่ำเสมอ สงบแล้ว ฝึกแล้ว มีคติที่แน่นอน ประพฤติพรหม- จรรย์ เขาเว้นอาชญาในสัตว์ทั้งมวลเสียแล้ว ย่อม ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ เป็นภิกษุ. อธิบายคำว่า กาย บทว่า กาเย ได้แก่ในรูปกาย. ความจริง รูปกายพระองค์ทรง ประสงค์ว่า กายในพระสูตรนี้ เหมือนกายช้าง และกายม้าเป็นต้น. เพราะอรรถว่า เป็นที่รวมของอวัยวะน้อยใหญ่ และของรูปธรรมทั้งหลาย มีผมเป็นต้น. ก็ (รูปกาย) ชื่อว่า กาย เพราะอรรถว่า เป็นที่ชุมนุม (แห่ง อวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหลาย) ฉันใด ชื่อว่า กาย เพราะอรรถว่า เป็น ที่มาถึง แห่งสิ่งที่น่าเกลียดทั้งหลาย ฉันนั้น. เพราะว่า รูปกายนั้น เป็นที่มาถึง แห่งสิ่งที่น่าเกลียดทั้งหลาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka