Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 684

เล่ม มมร. 17 หน้า 684 ข้อ 152
พิจารณาดูกายโดยอิริยาบถ (๑๓๔) พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงจำแนกการพิจารณาดูกาย โดยอัสสาสะและปัสสาสะอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงจำแนกโดยอิริยาบถ จึงได้ตรัสคำมีอาทิไว้ว่า ปุน จ ปรํ. จะวินิจฉัยในบทเหล่านั้นต่อไป :- ความรู้ที่เป็นสติปัฏฐานภาวนา ถึงสุนัขบ้าน และสุนัขจิ้งจอก เมื่อเดินไปก็รู้โดยแท้ว่า เรากำลัง เดิน. แต่การรู้นั่น พระองค์มิได้ตรัสหมายเอาการรู้แบบนี้. เพราะว่าการ รู้แบบนี้ ละสัตตูปลัทธิ (การยึดถือว่าเป็นสัตว์) ไม่ได้. ถอนอัตตสัญญา (ความสำคัญว่าเป็นอัตตา ) ไม่ออก. ไม่เป็นกรรมฐาน หรือสติปัฏฐาน- ภาวนา. แต่การรู้ของภิกษุนี้ ละสัตตูลัทธิได้ ถอนอัตตสัญญาได้ เป็น กรรมฐาน หรือเป็นสติปัฏฐานภาวนา. ความจริง การรู้นี้ พระองค์ตรัสหมายเอาการรู้สึกตัวอย่างนี้ว่า ใครเดิน ? การเดินของใคร ? เดนเพราะเหตุอะไร ? ถึงในการยืน ก็นัยนี้เหมือนกัน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ใครเดิน ความว่า ไม่ใช่สัตว์ตัวไหน หรือคนคนไหนเดิน. บทว่า การเดินของใคร ความว่า ไม่มีการเดินของสัตว์ตัวไหน บทว่า เดินเพราะเหตุอะไร ความว่า เดินไป โดยการแผ่ขยาย ของวาโยธาตุที่เกิดจากกิริยาของจิต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka