Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 758

เล่ม มมร. 17 หน้า 758 ข้อ 152
ตนะที่ตรัสไว้แล้วในรูปขันธ์ แห่งอายตนะในบรรดาอรูปายตนะทั้งหลาย ที่ตรัสไว้ในวิญญาณขันธ์ แห่งธรรมายตนะ ที่ตรัสไว้ในขันธ์ที่เหลือว่า เพราะอวิชชาเกิด จักษุจึงเกิด. ไม่ควรหมายถึงโลกุตตรธรรม. คำต่อ แต่นี้ไป มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแหละ. อริยสัจในอายตนะ ก็สติเป็นเครื่องกำหนดอายตนะ ในอายตนบรรพนี้ เป็นทุกขสัจ อย่างเดียว พึงประกอบความดังกล่าวมานี้ แล้วทราบมุขคือข้อปฏิบัติที่ เป็นเหตุนำออก (จากทุกข์) แห่งภิกษุผู้กำหนดถืออายตนะเป็นอารมณ์. คำที่เหลือก็อย่างนั้นเหมือนกันแล. จบ อายตนะบรรพ โพชฌงคบรรพ (๑๔๔) พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงจำแนกธรรมานุปัสสนา โดย อายตนะที่เป็นไปในภายในและภายนอกอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรง จำแนกโดยโพชฌงค์ จึงตรัสคำมีอาทิว่า ปุน จปรํ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โพชฺฌงฺเคสุ ได้แก่องค์แห่งบุคคลผู้ ข้องอยู่ในการตรัสรู้. บทว่า สนฺตํ ได้แก่มีอยู่โดยการกลับได้. บทว่า สติสมฺโพชฺณงฺคํ ได้แก่องค์แห่งธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ กล่าวคือสติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka