ปลาทั้งหลายที่ว่ายมาแล้ว ๆ ถึงประตูแล้ว ก็หนีไปทางกระพุ้งและช่อง, เป็น
ภัณฑไทยเหมือนกัน. ภิกษุจับไซเปล่าโยนไปไว้บนพุ่มไม้ เป็นภัณฑไทย
เหมือนกัน ฉะนี้แล.
ภัณฑะบนยาน ก็เป็นเช่นกับภัณฑะในถุงที่วางไว้บนตั่ง.
ในเรื่องชิ้นเนื้อ มีวินิจฉัยดังนี้ :- ถ้าภิกษุรับเอา (ชิ้นเนื้อ) ในอากาศ
ที่ ๆ ภิกษุรับเอานั่นเองเป็นฐาน. พึงกำหนดฐานนั้นด้วยอาการ ๖ แล้วทราบ
การให้เคลื่อนจากฐาน. คำที่เหลือในเรืองชิ้นเนื้อนี้ และในเรื่องแพไม้ เรื่อง
คนเลี้ยงโค กับเรื่องผ้าสาฎกของช่างย้อม พึงวินิจฉัยโดยนัยแห่งเรื่องมีเรื่อง
พวกขโมยลักมะม่วงเป็นต้น.
ในเรื่องหม้อ มีวินิจฉัยดังนี้:- ภิกษุใดถือเอาเนยใสและน้ำมันเป็นต้น
ซึ่งมีราคาไม่ถึงบาท ด้วยทำในใจว่า เราจักไม่ทำอย่างนี้อีก คงอยู่ในสังวร
แม้ในวันที่สองเป็นต้น เมื่อเกิดความคิดขึ้นอีก ก็ทำการทอดธุระเหมือนอย่าง
นั้นนั่นแล ขณะฉันก็ฉันเนยไสและน้ำมันเป็นต้นนั้นแม้ทั้งหมด ไม่เป็น
ปาราชิกเลย, เธอย่อมต้องทุกกฏหรือถุลลัจจัย และเป็นภัณฑไทยด้วย. ภิกษุ
แม้นี้ ก็ได้ทำอย่างนั้นเหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง
ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติปาราชิก. ก็เมื่อภิกษุไม่ทำการทอดธุระ
แต่ฉันเนยใสและน้ำมันเป็นต้นนั้น แม้ที่ละน้อย ๆ ด้วยคงใจว่า เราจักฉัน
ทุกวัน ๆ ดังนี้, ในวันใดมีราคาเต็มบาท, ในวันนั้นเป็นปาราชิก.
เรื่องชักชวนกันลัก พึงทราบตมนัยแห่งการวินิจฉัยที่กล่าวแล้วใน
สังวิธาวหาร, เรื่องกำมือ พึงทราบตามนัยแห่งการวินิจฉัยที่กล่าวแล้วในเรื่อง
ทั้งหลาย มีเรื่องร้านขายข้าวสุกเป็นต้น, เรื่องเนื้อเดน ๒ เรื่อง พึงทราบ