เป็นตัวบังคับแล้ววิวาทกัน. บทว่า กามานเมว เหตุ ความว่า วิวาทกัน
เพราะเหตุแห่งบ้าน นิคม เสนาบดี ปุโรหิต และฐานันดร เป็นต้น. บทว่า
อุปกฺกมนฺติ คือ ประหาร. บทว่า อสิจมฺมํ ได้แก่ ดาบและวัตถุมีโล่
เป็นต้น. บทว่า ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวา ความว่า ถือธนูแล้วสอดแล่งธนู.
บทว่า อุภโต พฺยุฬฺหํ ได้แก่ รบกันทั้งสองฝ่าย. บทว่า ปกฺขนฺทนฺติ
คือ เข้าไป. บทว่า อุสูสุ คือ เมื่อลูกศรทั้งหลาย. บทว่า วิชฺโชตลนฺเตสุ
คือ พุ้งไป. บทว่า เต ตตฺถ คือ ฝูงชนเหล่านั้นในสงครามนั้น. ในบทว่า
อฏฺฏาวเลปนา อุปการิโย นั้น ก็มนุษย์ทั้งหลาย ก่อเชิงกำแพงด้วยอิฐ
ทั้งหลาย โดยมีสัณฐานเหมือนกลีบม้า แล้วฉาบปูนขาวเบื้องบน เชิงกำแพง
ทั้งหลายที่ทำอย่างนี้ เรียกว่า อุปการิโย เชิงกำแพงเหล่านั้น ฉาบด้วย
เปือกตมร้อน จึงชื่อว่า อฏฺฎาวเลปนา. บทว่า ปกฺขนฺทนฺติ ความว่า
ชนเหล่านั้น เมื่อถูกยิงด้วยอาวุธมีลูกศรเหล็กแหลมคมเป็นต้น ภายใต้เชิง
กำแพงเหล่านั้นบ้าง เมื่อไม่อาจเพื่อปีนหนี เพราะกำแพงลื่นเป็นมันบ้าง จึง
วิ่งพล่านไปมา. บทว่า ฉกณฏิยา คือ ด้วยโคมัยอันร้อน. บทว่า อภิวคฺเคน
ความว่า ชนทั้งหลายยืนที่ประตูชั้นบนอันมาถึงว่า พวกเราจักทำคราดนั้น
พร้อมกับฟันโดยอาการมีฟันแปดซี่ ทำลายประตูนครเข้าไป แล้วตัดเครื่องผูก
และเชือกแห่งคราดนั้นแล้วสับด้วยคราดนั้น. บทว่า สนฺธึปิ ฉินฺทนฺติ คือ
ตัดที่ต่อแห่งเรือนบ้าง. บทว่า นิลฺโลปํ ความว่า โจมตีบ้านเป็นต้นแล้ว
กระทำการปล้นใหญ่ บทว่า เอกาคาริกํ ความว่า ฝูงชนประมาณ ๕๐ คน
บ้าง ประมาณ ๖๐ คนบ้าง โจมตีแล้ว จับเป็นให้นำออกมา. บทว่า ปริปนฺเถ
ติฏฺนฺติ ความว่า กระทำการดักตีในระหว่างทาง. บทว่า อฑฺฒทณฺฑเกหิ
ความว่า ด้วยค้อนทั้งหลาย หรือ ด้วยท่อนไม้ที่เขาตัดท่อนไม้ประมาณ ๔ ศอก
เพื่อให้สำเร็จการประหารให้เป็นสองส่วนถือไว้. บทว่า พิลงฺคถาลิกํ ได้แก่