Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 1 หน้าที่ 118

เล่ม มมร. 1 หน้า 118 ข้อ 9
เหล่านั้น ได้ประดิษฐานพระศาสนาให้ดำรงมั่นอยู่ในหิมวันตประเทศนั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้. พระมัชฌิมเถระ ไปยังหิมวันต ประเทศแล้วประกาศอยู่ ซึ่งธัมมจักกัปป- วัตตนสูตร๑ ให้ยักษ์และเสนายักษ์เลื่อมใส แล้วแล. [พระโสณกะกับพระอุตตระไปประกาศพระศาสนาที่สุวรรณภูมิ] ฝ่ายพระโสณกเถระ กับพระอุตตรเถระได้ไปยังแคว้นสุวรรณภูมิ. ก็โดยสมัยนั้น ที่แคว้นสุวรรณภูมินั้น มีนางรากษสตน๒ หนึ่ง ขึ้นมากจากสมุทร เคี้ยวกินพวกทารกที่เกิดในราชตระกูล. ในวันนั้นเอง มีเด็กคนหนึ่ง เกิดใน ราชตระกูล. มนุษย์ทั้งหลายเห็นพระเถระแล้ว สำคัญอยู่ว่า ผู้นี้จักเป็นสหาย ของพวกรากษส จึงพากันถือเอาอาวุธไปประสงค์จะประหารพระเถระ. พระเถระ พูดว่า พวกท่านถืออาวุธมาทำไรกัน ? มนุษย์เหล่านั้น พูดว่า พวกรากษส ย่อมเคี้ยวกันพวกเด็กที่เกิด แล้ว ๆ ในราชตระกุล, พวกท่านเป็นสหายของรากษสเหล่านั้น. พระเถระ พูดว่า พวกข้าพเจ้า หาได้เป็นสหายของรากษสไม่ พวกข้าพเจ้าชื่อว่า เป็นสมณะ งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป จากการ ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ จากความประพฤติผิดในกาม จากการพูดเท็จ จากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ฉันหนเดียว มีศีล ประพฤติพรหมจรรย์มีกัลยาณ- ธรรม. ๑. วิ. มหา. ๔/๑๗. ๒. รากษส ยักษ์, ผีเสื้อน้ำ, ปีศาจ, เวตาลหรือค้างคาว เป็นชื่อของพวกอสูรอย่างเลว มีนิสัย ดุร้าย ชอบเที่ยวตามป่าทำลายพิธีและกินคน สูบโลหิตของสัตว์เป็นอาหาร, สถานที่อยู่ ของพวกนี้อยู่ในทะเลหรือสระใหญ่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka