คำว่า อปุจฺจณฺฑตาย คือ เพราะความเป็นกะเปาะไข่ที่ไม่เสีย. คำว่า
ภพฺโพ อภินิพฺภิทาย คือ ควรเพื่อกระเทาะออกด้วยอำนาจฌาน. คำว่า
สมฺโพธาย คือ เพื่ออริยมรรค. ด้วยคำว่า อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส นี้
พระเถระแสดงว่า พระอรหัตชื่อว่า ธรรมอันเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม
เป็นผู้ควรเพื่อบรรลุธรรมนั้น ข้ออุปมาที่ท่านนำมาเพื่อแสดงข้อความในพระ-
สูตรนี้ บัณฑิตพึงทราบ ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้ในเจโตขีลสูตรนั่นแล. ก็การ
เทียบเคียงข้ออุปมาอันใด มาในเจโตขีลสูตรนั้น อย่างที่ว่า ความเพียรยิ่งของ
ภิกษุนี้ คือความที่ภิกษุนี้เป็นผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๕ นั้น ก็เหมือนการกระทำ
กิริยา ๓ อย่างในกะเปาะไข่ของแม่ไก่นั้น การเทียบเคียงข้ออุปมานั้น บัณฑิต
พึงประกอบความอย่างนี้ว่า ความที่ภิกษุนี้ พร้อมด้วยธรรม ๑๕ มีความเป็น
ผู้ถึงพร้อมด้วยศีลเป็นต้น ก็เหมือนการกระทำกิริยา ๓ อย่าง ในกะเปาะไข่
ของแม่ไก่นั้น แล้วพึงทราบอย่างเดียวกัน เพราะพระบาลีว่า ภิกษุในธรรม-
วินัยนี้ ย่อมเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้เป็นต้น คำที่เหลือก็เช่นเดียวกับ
คำที่ท่านกล่าวไว้ในที่ทั้งปวงนั่นและ คำว่า อิมํเยว อนุตฺตรํ อุเปกฺขา
สติปาริสุทฺธึ ความว่า อันเป็นจตุตถฌานอันสูงสุด ไม่เหมือนกับปฐมฌาน
เป็นต้น อันนี้. คำว่า ปมา อภินิพฺภิทา คือการทำลายด้วยฌาณ ครั้งแรก
แม้ในครั้งที่สองเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน ก็ลูกไก่เกิดสองครั้ง คือออก
จากท้องแม่ ครั้งหนึ่ง ออกจากกะเปาะไข่ครั้งหนึ่ง, อริยสาวกเกิดสามครั้ง
ด้วยวิชชาสาม คือ บรรเทาความมืดที่ปกปิดขันธ์ที่เคยอาศัยในปางก่อน เกิด
ครั้งที่หนึ่งด้วยปุพเพนิวาสญาณ บรรเทาความมืดที่ปกปิดจุติปฏิสนธิ ของสัตว์
ทั้งหลาย แล้วเกิดครั้งที่สองด้วยทิพยจักษุญาณ บรรเทาความมืดที่ปกปิดสัจจะ
ทั้งสี่ แล้วเกิดครั้งที่สามด้วยอาสวักขยญาณ.