Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 16

เล่ม มมร. 21 หน้า 16 ข้อ 422
โวหารที่ตนเรียนแล้ว ในพราหมณสกุล เพราะยังมีญาณไม่แก่กล้าแล้ว จึง กล่าวอย่างนั้น. บทว่า โสตฺติสินานํ ได้แก่ ผงบดที่ทำไว้สำหรับอาบน้ำ. ที่เคล้าจุณหินสีดังพลอยแดงกับต่างทำแล้วท่านเรียกว่า ผงบด. ซึ่งท่านหมายเอา กล่าวไว้ว่า เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุรุวินฺทิยสุตฺติกาย นหายนฺติ๑ ก็ครั้งนั้นแล ภิกษุฉัพพัคคีย์ อาบน้ำด้วยผงหินแดงสำหรับขัดสีตัว. สหายทั้งสองนั้นถือเอาผงหินแดงสำหรับขีดสีตัวนั้นไปขัดสีตัว. บทว่า เอวํ สมฺม ความว่า แม้ในปัจจุบันนี้ พวกมนุษย์ มิใครชวนว่า พวกเราไปไหว้ พระเจดีย์ ไปฟังธรรมกันเถอะ จะไม่กระทำความอุตสาหะ แต่ใคร ๆ ชวนว่า พวกเราไปดูฟ้อนรำขับร้องเป็นต้น กันเถอะ ดังนี้ จะรับคำด้วยการชักชวน เพียงครั้งเดียวฉันใด โชติปาละก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อฆฏิการะชวนว่า ไป อาบน้ำกันเถอะ ก็รับคำด้วยการชวนคำเดียว จึงตอบไปอย่างนั้น. บทว่า โซติปาลํ มาณวํ อามนฺเตสิ ความว่า ฆฏิการะช่างหม้อ อาบน้ำด้วยการบริหารอย่างดีที่ข้างหนึ่งแล้วขึ้นก่อนยืนรออยู่ เมื่อโชติปาละอาบ อยู่ด้วยการบริหารอย่างผู้มีอิสริยยศอันใหญ่ จนอาบเสร็จแล้วเรียก โชติปาละ ผู้นุ่งห่มแล้ว กำลังกระทำผมให้แห้งอยู่. ฆฏิการะเมื่อจะแนะนำจึงกล่าวว่า อยํ เพราะโชติปาละมาณพอยู่ใกล้กัน. บทว่า โอวฏฺฎิกํ วินิเวเตฺวา ความว่า พระโพธิสัตว์ผู้มีกำลังดุจ ช้างสารเอนไปหน่อยหนึ่งกล่าวว่า ถอยไปสหาย ให้ฆฏิการะช่างหม้อปล่อยการ จับที่จับไว้แล้ว. บทว่า เกเสสุ ปรามสิตฺวา เอตทโวจ ความว่า ได้ยิน ว่า ฆฏิการะนั้น ดำริว่า มาณพโชติปาละนี้ เป็นคนมีปัญญาเมื่อได้เห็นครั้งเดียว จักเลื่อมใสในการเห็นพระตถาคตด้วย จักเลื่อมใสในธรรมกถาด้วย ธรรมดา ผู้ที่เลื่อมใสแล้วจักอาจทำอาการที่ได้เลื่อมใส ชื่อว่า มิตรย่อมมีคุณประโยชน์ ๑. วิ. จุ ๗/๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka