Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 84

เล่ม มมร. 21 หน้า 84 ข้อ 463
บุคคลจะเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ด้วย พรหมจรรย์อย่างต่ำ และจะเข้าถึงความ เป็นเทพด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง จัก บริสุทธิ์ได้ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง เพราะผู้ไม่มีเรือนบำเพ็ญตบะทั้งหลายย่อม เข้าถึงกายเหล่าใด กายเหล่านั้น อันใคร ๆ ผู้บำเพ็ญเพียร ด้วยการอ้อนวอนได้โดย ง่ายไม่ได้. ท้าวสักกะทรงบรรเทาความสงสัยของพระราชาอย่างนี้แล้ว เพื่อจะให้ถือ เอาปฏิญญาในการเสด็จไปยังเทวโลกจึงตรัสว่า ลาภา วต มหาราช ดังนี้ เป็นต้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า อวิกมฺปมาโน ความว่า ไม่ทรงเกรงกลัว. บทว่า อธิวาเสสิ ความว่า พระราชาทรงรับเชิญแล้วด้วยพระดำรัสว่า ข้าพระองค์ชักชวนมหาชนให้บำเพ็ญกุศล อันข้าพระองค์ได้มาเห็นที่เป็นที่อยู่ ของท่านผู้มีบุญทั้งหลายแล้ว ย่อมอาจเพื่อบอกกล่าวได้สะดวกในถิ่นแห่ง มนุษย์ ดังนี้. บทว่า เอวํ ภทฺทนฺตวา ความว่า มาตลีเทพบุตร ทูลว่า พระดำรัสของพระองค์เจริญ จงเป็นอย่างนั้น . บทว่า โยเชตฺวา ความว่า เทียมรถม้าอาชาในยพันหนึ่งในยุคหนึ่งนั่นเทียว. แต่กิจที่พึงประกอบเฉพาะ ส่วนหนึ่งของรถเหล่านั้นมิได้มี ย่อมอาลัยใจประกอบแล้วนั่นเทียว. ก็ทิพยรถ นั้นใหญ่ยาวถึง ๒๕๐ โยชน์. จากสายเชือกถึงงอนรถ ๕๐โยชน์. ที่เนื่องกับ เพลา ๕๐ โยชน์. ส่วนข้างหลังจำเดิมแต่ที่เนื่องกับเพลา ๕๐ โยชน์ ทั้งคันล้วน แต่ประกอบด้วยรัตนะมีวรรณะเจ็ด. สูงเทียมเทวโลก. ต่ำเท่ามนุษยโลก เพราะฉะนั้น ไม่พึงกำหนดว่า ส่งรถให้บ่ายหน้าไปภายใต้. เหมือนอย่างว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka