นั้นว่า อย่าเลยท่านผู้เจริญทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลายนั่งบนอาสนะของตน ๆ
เราจักนั่งในสำนักแห่งพระสมณโคดมนี้ ลำดับนั้น พรหมายุพราหมณ์ได้เข้า
ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้น
ผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้น
แล้วพิจารณาดูมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ในพระกายของพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า ได้เห็นมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการโดยมากเว้นอยู่ ๒ ประการ คือ
พระคุยหฐานอันเร้นอยู่ในฝัก ๑ พระชิวหาใหญ่ ๑ จึงยังเคลือบแคลง สงสัย
ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระมหาปุริสลักษณะ ๒ ประการ ลำดับนั้น
พรหมายุพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า
ข้าแต่พระโคดม มหาปุริสลักษณะ
อันข้าพเจ้าได้สดับมาว่า ๓๒ ประการ แต่
ยังไม่เห็นอยู่ ๒ ประการในพระกายของ
พระองค์ท่าน ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดว่า
นรชน พระคุยหฐานของพระองค์ท่าน
เร้นอยู่ในฝัก ที่ผู้ฉลาดกล่าวว่า คล้ายนารี
หรือพระชิวหาได้นรลักษณ์หรือ พระองค์
มีพระชิวหาใหญ่หรือ ไฉนข้าพเจ้าจึงจะ
ทราบความข้อนั้น ขอพระองค์ทรงค่อยนำ
พระลักษณะนั้นออก ขอได้โปรดทรงกำจัด
ความสงสัยของข้าพเจ้าเถิด ข้าแต่ท่าน
ฤาษี ถ้าพระองค์ประทานโอกาส ข้าพเจ้า
จะขอทูลถามปัญหาที่ข้าพเจ้าปรารถนายิ่ง