Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 133

เล่ม มมร. 22 หน้า 133 ข้อ 92
แม้ถูกชิงไปก็เศร้าโศก แม้ขาดไปก็เศร้าโศก. แม้มีความสำคัญว่าถูกชิงไปก็ เศร้าโศก ความขุ่นเคือง ความขัดแค้นของจิตเห็นปานนี้. บทว่า เตว อริยสาวกสฺส ได้แก่ เตว อริยสาวกสฺส. ว อักษร เป็นเพียงอาคมสนธิ (การต่อโดยลงตัวอักษร). บทว่า อิธ มนุสิกฺขโต ความว่า กิเลสทั้ง ๓ เหล่านั้น ย่อมทำอันตรายแก่พระอริยสาวกผู้ศึกษาอยู่ในพระศาสนานี้. บทว่า อภิภุยฺย โลกํ ได้แก่ ครอบงำโลก คือ กามคุณ. บทว่า อธิฏฺาย มนสา ได้แก่ อธิษฐานอารมณ์ของฌานด้วยจิต บทว่า อปริตฺตํ ได้แก่ กามาวจรจิต ชื่อปริตตะ. มหัคคตจิต ชื่อว่า อปริตตะ เพราะปฏิเสธกามาวจรจิตนั้น. แม้คำว่า ปมาณํ ได้แก่ กามาวจรจิตนั่นเอง. รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต ชื่อว่า อัปปมาณ. ก็คำว่า สุภาวิตํ นี้ ไม่ใช่ชื่อของกามาวจรจิตเป็นต้น แต่ เป็นชื่อของโลกุตรจิตเท่านั้น. เพราะฉะนั้น ด้วยอำนาจของคำว่า สุภาวิตํ นั้น คำว่า อปริตฺตํ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ ดังนี้ ทั้งหมด ควรเป็นชื่อของ โลกุตระเท่านั้น. บทว่า ตพฺพหุลวิหาริโน ความว่า กระทำปฏิปทานั้นนั่น แหละให้มากอยู่ด้วยการห้ามกามเสียได้. บทว่า อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ ได้แก่ จิตย่อมผ่องใสในเหตุ. ก็เหตุในคำว่า อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ นี้ คืออะไร ? คือพระอรหัตหรือวิปัสสนาของพระอรหัต จตุตถฌาน หรือ อุปจารของ จตุตถฌาน. ในคำว่า สมฺปสาเท สติ นี้ ความผ่องใสมี ๒ อย่าง คือ ความผ่องใสด้วยการน้อมใจเชื่อ และความผ่องใสด้วยการได้มา. ก็เมื่อมหา- ภูตรูปเป็นต้น ปรากฏแก่พระโยคาวจร ผู้เริ่มตั้งวิปัสสนา เพื่อพระอรหัตอยู่ มหาภูตรูปเหล่านั้น ย่อมปรากฏ อุปาทายรูปย่อมปรากฏ นามรูปย่อมปรากฏ โดยทำนองใด. ปัจจัยทั้งหลายย่อมปรากฏโดยประการทั้งปวง วิปัสสนาอันมี ลักษณะของคนเป็นอารมณ์ย่อมปรากฏโดยทำนองนั้น. ความหวังในพระอรหัต ที่ยังไม่ได้นั่นแลว่า เราจักยึดเอาพระอรหัตให้ได้ในวันนี้ ดังนั้น ย่อมตั้งอยู่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka