Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 80

เล่ม มมร. 23 หน้า 80 ข้อ 387
คำเป็นต้นว่า อิเมหิ ปน เต ดังนี้. พระธรรมสังคาหกเถระทั้งหลาย กำหนดบททั้งหลายมีอาทิว่า ยมฺปายสฺมา ดังนี้ ตั้งไว้แล้ว ในสัพพวาร ทั้งหลาย ก็ในสัพพวารเหล่านั้น สัญญาพอเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น วิตกก็จะทำลาย กรรมบถ เพราะฉะนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย จะแยกจากกันทำไม ทั้งสองอย่างนี้ ล้วนทำกรรมบถให้แตกทั้งนั้น. บทว่า คหปติจีวรํ ได้แก่ จีวรของภิกษุผู้อยู่จำพรรษา. บทว่า สตฺเถน ได้แก่ กรรไกร. บทว่า สูจิยา มีอธิบายว่า เราไม่ระลึกถึงข้อที่ จีวรจะต้องเย็บด้วยเข็ม. บทว่า กิเน จีวรํ ได้แก่ กฐินจีวร. ก็กฐินจีวร มีคติอย่างเดียวกับผ้าจำนำพรรษาเท่านั้น เพราะฉะนั้น ในกฐินจีวรนั้น ท่าน จึงกล่าวว่า สินฺเนตา ฯ เป ฯ นาภิชานามิ ดังนี้. ถามว่า ก็เมื่อท่านพักกุลเถระนั้น ไม่ยินดีคหบดีจีวร ไม่กระทำ นวกรรม มีการตัดและการเย็บเป็นต้น ตลอดเวลามีประมาณเท่านี้ จีวรจะเกิด แต่ที่ไหน. ตอบว่า เกิดจากพระนครทั้งสอง พระเถระมียศใหญ่ยิ่ง. บุตรธิดา หลานเหลนของท่านให้คนทำจีวรด้วยผ้าสาฎกเนื้อละเอียดอ่อน ให้ย้อมแล้ว ใส่ในผอบส่งไปถวาย. ในเวลาที่พระเถระอาบน้ำ เขาจะวางไว้ที่ประตู ห้องน้ำ พระเถระนุ่งและห่มจีวรเหล่านั้น. ท่านจะให้จีวรเก่า แก่บรรพชิดทั้งหลาย ที่ท่านพบ. พระเถระนุ่งห่มจีวรเหล่านั้นแล้ว ไม่ต้องกระทำนวกรรม. กิจกรรม ที่จะต้องรวบรวมอะไร ๆ ก็ไม่มี. ท่านจะนั่งเข้าผลสมาบัติ เมื่อครบสี่เดือน ไปแล้ว ขนก็หลุดลุ่ย คราวนั้น ลูก ๆ หลาน ๆ ก็จะส่งจีวรไปถวายท่าน โดยทำนองนั้นแหละ. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ท่านผลัดเปลี่ยนจีวรทุก ๆ ครึ่งเดือน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka