พระสรีระเกิดขึ้นแล้ว เป็นความลำบาก กล้าแข็ง เผ็ดร้อน ไม่สำราญ ไม่
ทรงสบาย ด้วยความที่พระสมณโคดมเป็นผู้ฝึกแล้ว มิได้ทรงเดือดร้อน.
[๑๓๐] ในครั้งนั้นแล เทวดาอื่นอีก. ได้เปล่งอุทานนี้ในสำนัก
พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านทั้งหลายจงดูสมาธิที่พระสมณโคดมให้เจริญดีแล้ว
อนึ่ง จิตพระสมณโคดมให้พ้นดีแล้ว อนึ่ง จิตเป็นไปตามราคะ พระสมณโคดม
ไม่ให้น้อมไปเฉพาะแล้ว อนึ่ง จิตเป็นไปตามโทสะ พระสมณโคดมไม่ให้
กลับมาแล้ว อนึ่ง จิตพระสมณโคดมหาต้องตั้งใจข่ม ต้องคอยห้ามกันไม่
บุคคลใดพึงสำคัญพระสมณโคดมผู้เป็นบุรุษนาค เป็นบุรุษสีหะ เป็นบุรุษ
อาชาไนย เป็นบุรุษองอาจ เป็นบุรุษใฝ่ธุระ เป็นบุรุษฝึกแล้วเห็นปานนี้ว่า
เป็นผู้อันตนพึงล่วงเกิน บุคคลนั้นจะเป็นอะไรนอกจากไม่มีตา.
เทวดานั้นครั้นกล่าวดังนี้แล้ว ได้กล่าวคาถาทั้งหลายนี้ว่า
พราหมณ์ทั้งหลายมีเวทห้า มีตบะ
ประพฤติอยู่ตั้งร้อยปี แต่จิตของพราหมณ์
เหล่านั้นไม่พ้นแล้วโดยชอบ พราหมณ์
เหล่านั้นมีจิตเลว ย่อมไม่ลุถึงฝั่ง.
พราหมณ์เหล่านั้น เป็นผู้อันตัณหา
ครอบงำแล้ว เกี่ยวข้องด้วยพรตและศีล
ประพฤติตบะอันเศร้าหมองอยู่ตั้งร้อยปี
แต่จิตของพราหมณ์เหล่านั้นไม่พ้นแล้ว
โดยชอบ พราหมณ์เหล่านั้นมีจิตเลว
ย่อมไม่ลุถึงฝั่ง.