Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 2 หน้าที่ 602

เล่ม มมร. 2 หน้า 602 ข้อ 297
ภิกษุทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ไฉนท่านพระมหา โมคคัลลานะจึงกล่าวอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโส แม่น้ำตโปทานี้ไหลมาแต่ห้วงใด ห้วงนั้นมีน้ำใส เย็น จืดสนิท สะอาดสะอ้าน มีท่าเรียบราบ น่ารื่นรมย์ มี ปลา และเต่ามาก อนึ่ง ดอกบัว ประมาณเท่ากงเกวียนแย้มบานอยู่ แต่ถึงอย่าง นั้น แม่น้ำตโปทาน ก็เดือดพล่านไหลไปอยู่ ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าว อวดอุตริมนุสธรรม แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระ ผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำตโปทานี้ไหลมาแต่ห้วงใด ห้วงนั้นมีน้ำใส เย็น จืด สนิท สะอาด สะอ้าน มีท่าเรียบราบ น่ารื่นรมย์ มีปลาและเต่ามาก อนึ่ง ดอกบัวประมาณเท่ากงเกวียนแย้มบานอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่แม่น้ำตโปทา นี้ ไหลผ่านมาในระหว่างมหานรกสองขุม เพราะฉะนั้น แม่น้ำตโปทานี้จึง เดือดพล่านไหลไปอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมคคัลลานะพูดจริง โมคคัลลานะ ไม่ต้องอาบัติ. เรื่องรบ ณ พระนครราชคฤห์ [๒๙๗] ก็โดยสมัยนั้นแล พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ทำ สงคราม พ่ายแพ้พวกเจ้าลิจฉวี ต่อมาภายหลัง ท้าวเธอทรงระดมพลยกไปรบ พวกเจ้าลิจฉวีได้ชัยชนะ และตีกลองนันทิเภรีประกาศในสงครามว่า พระราชา ทรงชนะพวกเจ้าลิจฉวีแล้ว ครั้งนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะพูดกะภิกษุทั้ง หลายว่า อาวุโสทั้งหลาย พระราชาทรงปราชัยพวกเจ้าลิจฉวีแล้ว แต่เขาตี กลองนันทิเภรี ประกาศในสงความว่า พระราชาทรงได้ชัยชนะพวกเจ้าลิจฉวี แล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka