ในบททั้งปวงก็นัยนี้. อีกประการหนึ่ง ในบทเหล่านี้ พึงทราบ
วินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ติตฺตกํ ได้แก่ รสขมนานัปการ มีรสขมของสะเดา และ
กระดอม เป็นต้น.
บทว่า กฏกํ ได้แก่ รสเผ็ดนานัปการ มีรสเผ็ดของดีปลีและ
พริก เป็นต้น
บทว่า มธุรํ ได้แก่ รสหวานนานัปการ มีรสหวานของเนยใส
และน้ำอ้อย เป็นต้น.
บทว่า ขาริกํ ได้แก่ รสเฝื่อนนานัปการ มีรสเฝื่อนของมะเขือ,
ของตาล. ของการะเกด, ของหน่อไม้, ของมะพร้าว, ของปอ,
และของหน่อหวาย เป็นต้น.
บทว่า อขาริกํ ได้แก่ ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง (และ) ใบไม้ที่มี
รสระคนกัน มีใบหมากเม่า เป็นต้น
บทว่า โลณิกํ ได้แก่ รสเค็มประการต่าง ๆ มีรสเค็มของยาคู
ใส่เกลือ ปลาใส่เกลือ และข้าวสวยใส่เกลือ เป็นต้น.
บทว่า อโลณิกํ ได้แก่ รสจืดประการต่าง ๆ มีรสข้าวยาคูไม่ใส่
เกลือ ปลาไม่ใส่เกลือ และข้าวสวยไม่ใส่เกลือเป็นต้น.
บทว่า ตสฺมา วิญฺาณนฺติ วุจฺจติ ความว่า เพราะเหตุที่
วิญญาณรู้จักรส แยกประเภทเป็นรสเปรี้ยวเป็นต้นนี้ โดยแตกต่างกัน
ออกไป คือ โดยความเป็นของเปรี้ยวเป็นต้น. ฉะนั้นจึงเรียกว่าวิญญาณ.
แม้ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำแนกแสดงเฉพาะปัจจัตต-
ลักษณะของวิญญาณซึ่งมีการรู้แจ้ง (อารมณ์) เป็นลักษณะด้วย