Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 605

เล่ม มมร. 27 หน้า 605 ข้อ 593
อรรถกถาอภินีหารสูตรที่ ๗ บทว่า น สมาธิสฺมึ อภินีหารกุสโล ความว่า ไม่ฉลาดที่จะนำ กรรมฐานให้สูงขึ้นไป. จบ อรรถกถาอภินีหารสูตรที่ ๗ ๘. สักกัจจการีสูตร [๕๙๓] กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน ? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ ตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่กระทำความเคารพในสมาธิ ๑ บางคน กระทำความเคารพในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑ บางคนไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่กระทำความเคารพ ในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และกระทำความ เคารพในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งจิตมั่น ในสมาธิ และกระทำความเคารพในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือน นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ. จบ สักกัจจการีสูตรที่ ๘ อรรถกถาสักกัจจการีสูตรที่ ๘ บทว่า น สมาธิสฺมึ สกฺกจฺจการี ความว่า ไม่ใช่ผู้มีปกติทำ โดยเคารพเพื่อทำฌานให้บรรลุอัปปนา. จบ อรรถกถาสักกัจจการีสูตรที่ ๘
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka