Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 3 หน้าที่ 169

เล่ม มมร. 3 หน้า 169 ข้อ 396
ก็วัตถุมิสสกนัยนี้ใด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ โดยนัยมีคำว่า อิตฺถี จ ปณฺฑโก จ เป็นต้น, ในมิสสกวัตถุแม้นั้น อาบัติทั้งหลายที่ พระองค์ตรัสไว้ ด้วยอำนาจความสำคัญ และความสำคัญผิดในวัตถุ อัน ผู้ไม่งมงายในพระบาลี พึงทราบ. ส่วนในวาระว่าด้วยของเนื่องด้วยกายกับกาย เมื่อภิกษุมีความสำคัญ ในผู้หญิงว่าเป็นผู้หญิง และจับของเนื่องด้วยกาย เป็นถุลลัจจัย, ใน บัณเฑาะก์ที่เหลือ เป็นทุกกฎทุก ๆ บท, แม้ในวาระว่าด้วยกายกับของ เนื่องด้วยกาย ก็มีนัยเหมือนกันนี้. ในวาระว่าด้วยของเนื่องด้วยกายกับของที่เนื่องด้วยกาย และในวาระ ทั้งหลาย มีวาระว่าด้วยกายกับของที่ซัดไปเป็นต้น คงเป็นทุกกฏแก่ภิกษุ นั้น เหมือนกันทุก ๆ บท. แต่วาระเป็นอาทิว่า "อิตฺถี จ โหติ อิตฺถีสญฺี สารตฺโต จ อีตฺถี จ นํ ภิกฺขุสฺส กาเยน กายํ" พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจแห่งความ กำหนัดจัด ของมาตุคามในภิกษุ. บรรดาบทเหล่านั้น หลายบทว่า อิตฺถี จ นํ ภิกฺขุสฺส กาเยน กายํ มีความว่า หญิงผู้มีความกำหนัดจัดในภิกษุ จึงไปยังโอกาสที่เธอนั่ง หรือ นอน แล้วจับถูกกายของภิกษุนั้นด้วยกายของตน. ข้อว่า เสวนาธิปฺปาโย กาเยน วายมติ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ มี ความว่า ภิกษุซึ่งหญิงนั้นจับต้องแล้ว หรือถูกต้องอย่างนั้นแล้ว เป็นผู้มี ความประสงค์ในอันเสพ ถ้าขยับ หรือไหวกาย แม้น้อยหนึ่ง เพื่อรับรู้ ผัสสะ, เธอต้องสังฆาทิเสส. ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ในบทว่า หญิง ๒ คน นี้. ในหญิง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka