เวทนานั้น ถ้าเสวยอทุกขมสุขเวทนา ย่อมเป็นผู้ปราศจากกิเลสเสวย
อทุกขมสุขเวทนานั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วนี้
เราเรียกว่า เป็นผู้ปราศจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์
โทมนัส และอุปายาส เราย่อมกล่าวว่า เป็นผู้ปราศจากทุกข์ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นความพิเศษ เป็นความแปลกกัน เป็นเครื่องกระทำ
ให้ต่างกันระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ.
[๓๗๓] อริยสาวกนั้นเป็นผู้มีปัญญา ทั้งเป็นพหูสูต
ย่อมไม่เสวยทั้งสุขเวทนา ทั้งทุกขเวทนา นี้แล
เป็นความแปลกกันระหว่างธีรชนผู้ฉลาดกับ
ปุถุชน ธรรมส่วนที่น่าปรารถนา ย่อมไม่ย่ำยีจิต
ของอริยสาวกนั้น ผู้มีธรรมอันรู้แจ้งแล้ว เป็น
พหูสูตเห็นแจ้งโลกนี้และโลกหน้าอยู่ ท่านย่อม
ไม่ถึงความขัดเคืองเพราะอนิฏฐารมณ์ อนึ่ง
เวทนาเป็นอันตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะอริยสาวกนั้น
ไม่ยินดีและไม่ยินร้าย อริยสาวกนั้นรู้ทางดำเนิน
อันปราศจากธุลีและหาความโศกมิได้ ย่อมเป็น
ผู้ถึงฝั่งแห่งภพรู้โดยชอบ.
จบ สัลลัตถสูตรที่ ๖