Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 147

เล่ม มมร. 30 หน้า 147 ข้อ 275
แล้วข้ามน้ำไปได้. ต่อจากนั้น เมื่อใดพวกนาคเหล่านั้นข้ามแม้น้ำคงคา เป็นต้นได้โดยลำดับ สามารถข้ามไปมาได้คือข้ามจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้ม ข้าม จากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้ได้ เมื่อนั้น แม้นาคทั้งหลายรู้ว่า บัดนี้ ลูก ๆ ของเราสามารถ ทนกระแสคลื่นและกําลังครุฑได้แล้ว จึงให้เมฆใหญ่ตั้งขึ้นด้วยอานุภาพของ ตน ให้ฝนตกดุจทำป่าหิมวันต์ทั้งสิ้นให้มีน้ำเป็นสายเดียวกัน นิรมิตเรือสำเร็จ ด้วยทองและเงินเป็นต้น ดาดเพดานผ้ามีพวงดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมตลบ วิจิตร ด้วยดาวทองเบื้องบน ถือเอาสูราอาหารและดอกไม้มีกลิ่นหอมเป็นต้น แล่น ไปกังมหานทีทั้งห้าด้วยเรือเหล่านั้น ถึงมหาสมุทรโดยลำดับ. ก็พวกนาคอาศัย อยู่ ณ ที่นั้น เติบโตขึ้นประมาณ ร้อยวา พันวา แสนวา ชื่อว่า ถึงความ เป็นผู้เจริญเติบโตไพบูลย์. ในบทว่า เอวเมว โข นี้ พึงเห็นว่า ภูเขาหิมวันต์ คือจตุปาริสุทธ- ศีล โยคาวจรดุจลูกนาค อริยมรรคดุจบึงเป็นต้น นิพพานดุจมหาสมุทร ลูกนาคทั้งหลายดำรงอยู่ในป่าหิมวันต์ถึงมหาสมุทรด้วยบึงเป็นต้น ถึงความเป็น ผู้มีร่างกายใหญ่โตฉันใด พระโยคีทั้งหลายอาศัยศีล ตัวอยู่ในศีล บรรลุ นิพพานด้วยอริยมรรค ถึงความเป็นผู้มีสรีระคือคุณธรรมอันใหญ่ในอภิญญา ธรรมทั้งหลายอันมาถึงแล้ว ด้วยอรหัตมรรค ฉันนั้นนั่นแล. จบอรรถกถานาคสูตรที่ ๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka