Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 289

เล่ม มมร. 30 หน้า 289 ข้อ 546
เห็นความเศร้าหมองอันสะสมไว้แล้ว ในการกระทำความไม่เคารพ ในการ เห็นลานพระเจดีย์ ลานโพธิ์และพระเถระก็ดี. ผู้คบหาคนที่สนิทสนมมีจิตอ่อนโยน มากด้วยความเลื่อมใสในพระ- พุทธเจ้าเป็นต้นก็ดี พิจารณาเห็นพระสูตรอันชวนเลื่อมใส อันแสดงคุณแห่ง พระรัตนตรัยก็ดี ผู้มีจิตน้อมไป โน้มไป โอนไป เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปีติ ในอิริยาบถทั้งหลายมีการยืนและการนั่งเป็นต้นก็ดี ปีติสัมโพชฌงค์ย่อมเกิดขึ้น แต่ปีติสัมโพชฌงค์นั้นเกิดขึ้นแล้วอย่างนั้น ย่อมเจริญเต็มที่ได้ด้วยอรหัตมรรค. ธรรม ๗ ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งปัสสัทธิ สัมโพชฌงค์ คือ เสพโภชนะอันประณีต ๑ เสพฤดูที่เป็นสุข ๑ เสพอิริยาบถ อันเป็นสุข ๑ ประกอบความเพียรปานกลาง ๑ หลีกเว้นบุคคลผู้มีกายกระสับ กระส่าย ๑ คบหาบุคคลผู้มีกายสงบ ๑ น้อมจิตไปในปัสสัทธินั้น ๑. เมื่อบริโภคโภชนะอันสบาย ประณีต ละเอียดก็ดี เสพฤดูอันสบาย และอิริยาบถอันสบาย ในฤดูหนาวและร้อน และในอิริยาบถทั้งหลายมีการยืน เป็นต้นก็ดี ปัสสัทธิย่อมเกิดขึ้น ส่วนผู้ใดเป็นชาติมหาบุรุษ ย่อมอดทนใน อิริยาบถตามฤดูทั้งปวง ข้อนั้น ท่านมิได้กล่าวหมายถึงคำนั้น เมื่อเว้นฤดูและ อิริยาบถอันมีส่วนไม่เสมอกันแห่งฤดูและอิริยาบถที่มีส่วนเสมอและไม่เสมอกัน แล้ว เสพฤดูและอิริยาบถที่มีส่วนเสมอกัน ปัสสัทธิก็ย่อมเกิดขึ้น. ความพิจารณา เห็นความที่ตนและผู้อื่นมีกรรมเป็นของตน เรียกว่าประกอบความเพียรปาน กลาง. ด้วยการประกอบความเพียรปานกลางนี้ ปัสสัทธิก็ย่อมเกิดขึ้น ผู้ใดเที่ยว เบียดเบียนผู้อื่นอยู่ ด้วยก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น เมื่อหลีกเว้นบุคคลผู้มี กายกระสับกระส่ายเห็นปานนั้นเสียก็ดี คบหาบุคคลผู้มีกายสงบ ผู้สำรวมมือก็ดี ผู้มีจิตน้อมไป โน้มไป โอนไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งปัสสัทธิ ในอิริยาบถ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka