Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 75

เล่ม มมร. 36 หน้า 75 ข้อ 33
อรรถกถาอุคคหสูตร พึงทราบวินิจฉัยในอุคคหสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ภทฺทิเก แปลว่า ใกล้ภัททิกนคร.* บทว่า ชาติยาวเน ได้แก่ ในป่าชัฏที่เกิดขึ้นเองเขามิได้ปลูกแล้ว เป็นอันเดียวกันกับป่าหิมพานต์. อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าไปอาศัยนครนั้น ประทับอยู่ในป่านั้น. บทว่า อตฺตจตุตฺโถ ได้แก่ มีพระองค์เป็นที่ ๔. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร อุคคหเศรษฐีหลานชายเมณฑกเศรษฐีนั้น จึงนิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า มีพระองค์เป็นที่ ๔ มีภิกษุไปด้วย ๓ รูป เล่า ? ตอบว่า ได้ยินว่า ในเรือนของท่านเศรษฐีนั้น ได้มีงานมงคลใหญ่ ด้วยการ จัดงานใหญ่ ผู้คนเป็นอันมากก็มาชุมนุมกันในเรือนนั้น ท่านคิดว่า ผู้อังคาส เลี้ยงดูพระภิกษุสงฆ์ คงจักสงเคราะห์ยึดใจผู้คนเหล่านั้นได้ยาก จึงนิมนต์ พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระองค์เป็นที่ ๔ เท่านั้น. อีกอย่างหนึ่ง ท่านมีความดำริ อย่างนี้ว่า เมื่อพระศาสดาทรงโอวาทอยู่กลางภิกษุหมู่ใหญ่ สาวรุ่นทั้งหลาย มัวแต่ดูเสีย ก็ไม่สามารถจะรับเอาพระโอวาทได้. ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ ท่าน จึงนิมนต์เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระองค์เป็นที่ ๔ เท่านั้น. บทว่า โอวทตุ ตาสํ ภนฺเต ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอ พระผู้มีพระภาคเจ้า โปรดโอวาท คือ สั่งสอนสาวรุ่นเหล่านั้น. ที่จริง คำว่า ตาสํ เป็นฉัฏฐีวิภัติ ใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิภัติ. บทว่า ยํ ตาสํ ได้แก่ โอวาทานุศาสน์สำหรับสาวรุ่นเหล่านั้น. ก็แลท่านเศรษฐีนั้น ครั้นกราบทูล แล้วอย่างนี้ คิดว่า สาวรุ่นเหล่านี้เมื่อได้รับโอวาทในสำนักของเรา พึงให้นำ ไปสกุลสามี ดังนี้ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็หลีกไป. * บาลีเป็น ภัททิยนคร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka