Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 3 หน้าที่ 605

เล่ม มมร. 3 หน้า 605 ข้อ 613
คำว่า กึ นุ โข นาม นี้ เป็นการกล่าวข่ม (ผู้อื่น). คำว่า อหํ โข นาม เป็นคำยก (ตน). ด้วยคำว่า ตุมฺเห วเทยฺย ท่านแสดงว่า เราควรจะว่ากล่าวพวก ท่านว่า พวกท่าน จงกระทำอย่างนี้ อย่ากระทำอย่างนี้. หากผู้ถามจะถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะพระฉันนะกล่าวหมายเอาความประสงค์เป็นต้น อย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงม้ากัณฐกะเสด็จออกพร้อมกับ เรา ทรงผนวชแล้ว. ครั้นกล่าวว่า พระธรรมของเราแล้ว เมื่อจะแสดง ยุติในความเป็นของ ๆ คนอีก จึงกล่าวว่า พระธรรมนี้ พระลูกเจ้าของ เรา ได้ตรัสรู้แล้ว ดังนี้. มีคำอธิบายว่า เพราะว่า สัจจธรรม ๔ อัน พระลูกเจ้าของเราแทงตลอดแล้ว; ฉะนั้น แม้พระธรรมก็เป็นของเรา. แต่สำคัญพระสงฆ์ว่า ตั้งอยู่ในฝักฝ่ายแห่งคนคู่เวรของตน จึงไม่กล่าวว่า พระสงฆ์ของเรา. แค่ใคร่จะกล่าวเปรียบเปรยรุกรานสงฆ์ จึงกล่าวคำ เป็นต้นว่า เสยฺยถาปิ นาม ดังนี้. บทว่า ติณกฏฺปณฺณสฏํ ได้แก่ หญ้า ไม้ และใบไม้แห้งที่ร่วง หล่นตกไปในสถานที่นั้น ๆ. อีกอย่างหนึ่ง หญ้าด้วย ไม้เบาไม่มีแก่น ด้วย; เหตุนั้น จึงชื่อว่า หญ้าและไม้. ใบไม้แห้ง ชื่อว่า ปัณณสฏะ. บทว่า อุสฺสาเทยฺย ได้แก่ พัดไปกองรวมไว้. บทว่า ปพฺพเตยฺย ได้แก่ เกิดจากภูเขา. จริงอยู่ แม่น้ำนั้นมี กระแสอันเชี่ยว; เพราะฉะนั้น ท่านจึงระบุเอาแต่แม่น้ำนั้นเท่านั้น. ในคำว่า สงฺขเสวาลปณกํ น มีวินิจฉัยดังนี้:- สาหร่ายที่มีใบ มีรากยาว เรียกว่า จอก. สาหร่ายสีเขียว เรียกว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka