Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 3 หน้าที่ 757

เล่ม มมร. 3 หน้า 757 ข้อ 34 35 36
ผ้านั้นมีไม่พอ เมื่อความหวังจะได้มีอยู่ ภิกษุนั้นพึงเก็บจีวรนั้นไว้ได้ เดือนหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจีวรที่ยังบกพร่องจะได้พอกัน ถ้าเก็บไว้ ยิ่งกว่ากำหนดนั้น แม้ความหวังว่าจะได้มีอยู่ ก็เป็นนิสสัคคีย์ ต้อง อาบัติปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง จบ สิกขาบทวิภังค์ [๓๔] บทว่า จีวรของภิกษุสำเร็จแล้ว ความว่า จีวรของภิกษุ ทำสำเร็จแล้วก็ดี หายเสียก็ดี ฉิบหายเสียก็ดี ถูกไฟไหม้เสียก็ดี หมด หวังว่าจะได้ทำจีวรก็ดี คำว่า กฐินเดาะเสียแล้ว คือ เดาะเสียแล้วด้วยมาติกาอันใดอันหนึ่ง ในมาติกา ๘ หรือสงฆ์เดาะเสียในระหว่าง ที่ชื่อว่า อกาลจีวร ได้แก่ ผ้าที่เมื่อไม่ได้กรานกฐินเกิดได้ตลอด ๑๑ เดือน เมื่อได้กรานกฐินแล้ว เกิดได้ตลอด ๗ เดือน แม้ผ้าที่เขาเจาะจง ให้เป็นอกาลจีวรถวายในกาล นี่ก็ชื่อว่าอกาลจีวร. บทว่า เกิดขึ้น คือ เกิดแต่สงฆ์ก็ตาม แต่คณะตาม แต่ญาติ ก็ตาม แต่มิตรก็ตาม แต่ที่บังสกุลก็ตาม แต่ทรัพย์ของตนก็ตาม. [๓๕] บทว่า หวังอยู่ คือ เมื่อต้องการก็พึงรับไว้ คำว่า ครั้นรับแล้วพึงรับให้ทำ คือ พึงให้ทำให้เสร็จใน ๑๐ วัน [๓๖] พากย์ว่า ถ้าผ้านั้นมีไม่พอ คือ จะทำไตรจีวรผืนใดผืน หนึ่งไม่เพียงพอ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka