Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 339

เล่ม มมร. 43 หน้า 339 ข้อ 35
ยินดีมิใช่ของมีอยู่แห่งมนุษย์ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไป แล้วสู่เรือนว่าง ผู้มีจิตสงบแล้ว ผู้เห็นแจ้งธรรมอยู่ โดยชอบ ภิกษุพิจารณาอยู่ ซึ่งความเกิดขึ้นและ ความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย โดยอาการใด ๆ เธอย่อมได้ปีติและปราโมทย์โดยอาการนั้น ๆ การ ได้ปีติและปราโมทย์นั้น เป็นธรรมอันไม่ตายของผู้รู้ แจ้งทั้งหลาย ธรรมนี้คือ ความคุ้มครองอินทรีย์ ๑ ความสันโดษ ๑ ความสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑ เป็นเบื้องต้น ในธรรมอันไม่ตายนั้น มีอยู่แก่ภิกษุผู้มี ปัญญาในพระศาสนานี้ เธอจงคบมิตรที่ดีงาม อาชีวะอันหมดจด ไม่เกียจคร้าน ภิกษุพึงเป็นผู้ ประพฤติในปฏิสันถาร พึงเป็นผู้ฉลาดในอาจาระ เพราะเหตุนั้น เธอจักเป็นผู้มากด้วยปราโมทย์ กระ- ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้. ๘. ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงปลดเปลื้องราคะ และโทสะเสีย เหมือนมะลิเครือปล่อยดอกทั้งหลายที่ เหี่ยวเสียฉะนั้น. ๙. ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ ผู้ ตั้งมั่นดีแล้ว มีอามิสในโลกอันคายเสียแล้ว เรา เรียกว่า ผู้สงบระงับ. ๑๐. เธอจงตักเตือนตนด้วยตน จงพิจารณาดู ตนนั้นด้วยตน ภิกษุ เธอนั้นมีสติ ปกครองตนได้แล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka