Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 517

เล่ม มมร. 43 หน้า 517 ข้อ 36
แก้อรรถ พึงทราบเนื้อความแห่งพระคาถานั้น (ดังนี้) :- ความว่า บุคคลใด ละกามแม้ทั้งสองในโลกนี้แล้ว เป็นผู้ไม่มี เรือน งดเว้นเสียได้, เราเรียกผู้นั้น ผู้มีกามสิ้นแล้ว และผู้มีภพสิ้นแล้ว ว่าเป็นพราหมณ์. ในกาลจบเทศนา พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว เหาะขึ้นไปสู่เวหาส ด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ ทะลุมณฑลช่อฟ้าออกไปแล้ว ชมเชยพระสรีระ พระศาสดาอยู่นั่นเทียว มาถวายบังคมพระศาสดาแล้ว. พระศาสดาเป็นที่พึ่งของพระเถระ ภิกษุทั้งหลาย สนทนากันแม้ในโรงธรรมว่า " ผู้มีอายุทั้งหลาย พระสุนทรสมุทรเถระ อาศัยรสที่พึงรู้ด้วยลิ้น เกือบเสียท่า. แต่พระศาสดา เป็นที่พึ่งของเธอ." พระศาสดาทรงสดับกถานั้นแล้ว ตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย เราเป็น ที่พึ่งของสุนทรสมุทรนั่น แต่ในบัดนี้เท่านั้นหามิได้, แม้ในกาลก่อน เรา ก็เป็นที่พึ่งของสุนทรสมุทรนั่น ผู้ติดอยู่ในรสตัณหาแล้วเหมือนกัน " อัน ภิกษุเหล่านั้นทูลอ้อนวอนแล้ว ทรงนำอดีตนิทานมา เพื่อจะทรงประกาศ เนื้อความนั้น ทรงยังวาตมิคชาดก๑นี้ให้พิสดารว่า :- " ได้ยินว่า สภาพอื่นที่เลวกว่ารสทั้งหลาย คือ การเคยชินกัน หรือการสนิมสนมกัน ย่อมไม่มี, คนรักษาอุทยานชื่อสญชัย ย่อมนำเนื้อสมันตัวอาศัย อยู่ในรกชัฏ มาสู่อำนาจได้ ก็เพราะรสทั้งหลาย." ๑. ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๕. อรรถกถา. ๑/๒๗๗.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka