อยู่ใกล้บ้านคยา. เมื่อประทับอยู่ในที่ไม่ไกลท่าคยา เขาก็เรียกว่าประทับอยู่
ใกล้ท่าคยาเหมือนกัน. จริงอยู่ ในคำว่า คยาติตฺถํ สระก็ดี แม่น้ำก็ดี
สายหนึ่งมีอยู่ในที่ไม่ไกลบ้าน ชื่อว่าคยา. ทั้งสองอย่างนั้น โลกิยมหาชน
เรียกกันว่า ท่าเป็นที่ลอยบาป. บทว่า คยาสีเส ความว่า ในที่นั้น มี
เขาลูกหนึ่งชื่อคยาสีสะมียอดคล้ายศีรษะช้าง เป็นที่มีศิลาคาดเหมือนกระ-
พองช้าง เป็นโอกาสพอภิกษุพันรูปอยู่ได้, พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ประทับ
อยู่ในที่นั้น. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า คยายํ วิหรติ คยาสีเส.
บทว่า ชฏิลา ได้แก่ พวกดาบส. จริงอยู่ คาบสเหล่านั้น เขา
เรียกว่า ชฎิล ในที่นี้ เพราะเป็นผู้ทรงชฎา. บทว่า อนฺตรฏเก
หิมปาตสมเย ความว่า ในเวลาหิมะตกมีปริมาณถึง ๘ วัน คือ ในที่สุด
ของเดือนมาฆะอันเป็นภายในเหมันตฤดู ๔ วัน ในวันต้นของเดือนผัค-
คณะ ๔ วัน. บทว่า คยายํ อุมฺมุชฺชนฺติ ความว่า คนบางพวกดำลง
ทั้งตัวครั้งแรกในน้ำที่สมมุติกันว่าท่าน้ำนั้น จากนั้น ก็ผุดขึ้นว่ายลอยไป.
บทว่า นิมฺมุชฺชนติ ความว่า คำลงในน้ำเพียงศีรษะ. บทว่า อุมฺมุชฺช-
นิมฺมุชฺชนฺติ กโรนฺติ ความว่า กระทำการผุดขึ้นดำลงบ่อย ๆ. จริงอยู่
ในการกระทำนั้น คนบางพวกมีความเห็นอย่างนี้ว่า ด้วยการผุดขึ้นคราว
เดียวเท่านั้น เป็นอันบริสุทธิ์จากบาป คนเหล่านั้นจึงกระทำเฉพาะการผุด
ขึ้นเท่านั้นแล้วก็ไป แต่การผุดขึ้นไม่มีในระหว่างการดดำลง เพราะฉะนั้น
ชนเหล่านั้นจึงกระทำเพียงการดำลง โดยไม่เว้น ฝ่ายชนผู้มีความเห็นอย่าง
นี้ว่า ด้วยการดำลงคราวเดียวเท่านั้น จึงเป็นอันบริสุทธิ์จากบาป จึงดำ
ลงเฉพาะคราวเดียว กระทำเพียงการผุดขึ้น โดยไม่เว้น ตามนัยที่กล่าว
แล้วนั่นแลแล้วก็หลีกไป. ฝ่ายชนที่มีความเห็นอย่างนี้ว่า ด้วยการคำลงที่