Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 245

เล่ม มมร. 44 หน้า 245 ข้อ 62
แตกต่างโดยชนิดเป็นกาล มีอดีตกาลเป็นต้นของเหล่าสัตว์นั้นๆ ๑ การรู้ ถึงกรรมและการจำแนกกรรมทั้งที่มีอาสวะ และไม่มีอาสวะตามความเป็น จริงว่า นี้ปฏิปทาเครื่องนำสัตว์ไปสู่นรก ฯล ฯ นี้ปฏิปทาเครื่องนำสัตว์ ไปสู่พระนิพพาน ของสัตว์นั้นๆ ในขณะทำกรรมนั่นเอง ๑ ความรู้ ความต่างกันแห่งธาตุตามความเป็นจริง โดยนัยมีอาทิว่า เพราะธาตุชื่อนี้ หนาแน่น ความพิเศษนี้จึงเกิดขึ้นเมื่อเกี่ยวเนื่องกับธรรมนี้ของโลกนั้น อันมีสภาวะแห่งขันธ์และอายตนะเป็นอเนก ทั้งที่เป็นอุปาทินนกะและ อนุปาทินนกะเป็นต้น และมีสภาวะต่าง ๆ กัน ๑ การรู้ถึงอัธยาศัยและ อธิมุตติอันเลวเป็นต้น ของสัตว์ทั้งหลายโดยสิ้นเชิง ๑ การรู้อินทรีย์มี สัทธินทรีย์เป็นต้นว่า แก่กล้าหรืออ่อน ๑ การรู้ถึงความพิเศษของฌาน และวิโมกข์เป็นต้น พร้อมกับสังกิเลสเป็นต้น ๑ การรู้ความสืบต่อแห่ง ขันธ์ที่สัตว์เคยอยู่อาศัย ในกาลก่อนโดยสิ้นเชิง พร้อมด้วยความเกี่ยวเนื่อง ด้วยขันธ์นั้น ในชาติอันหาประมาณมิได้ ๑ การรู้จุติและปฏิสนธิพร้อม กับการจำแนกสัตว์ มีอย่างเลวเป็นต้น ๑ การรู้สัจจะ ๔ โดยนัยดังกล่าว แล้วในหนหลัง โดยนัยมีอาทิว่า นี้ทุกข์ ๑ ชื่อว่าถ่องแท้ ไม่ผิด ไม่กลาย เป็นอย่างอื่น เพราะเป็นไปตามความเป็นจริง โดยหยั่งรู้ถึงอารมณ์ตาม ที่เป็นของตนโดยไม่ผิดพลาด และโดยยังประโยชน์ตามที่ประสงค์ให้ สำเร็จ. สมจริงดังพระดำรัสที่ตรัสไว้มีอาทิว่า ตถาคตย่อมรู้ฐานะที่ควร โดยเป็นฐานะที่ควร และฐานะที่ไม่ควร โดยเป็นฐานะที่ไม่ควรในโลกนี้ ตามเป็นจริง. แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะมาถึงพระญาณอันถ่องแท้. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะมาถึง คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka