Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 310

เล่ม มมร. 44 หน้า 310 ข้อ 75
ลำดับนั้น ชาวชนบทเหล่านั้นไปยังที่นั้น ค้นดูข้างโน้นข้างนี้ พบพวก โจรเหล่านั้น ก็ปลงชีวิตเสียทั้งหมด. โจรเหล่านั้น ไม่ได้ทำแม้มาตรว่า ความแค้นเคืองใจในชนเหล่านั้น มิได้ขาดศีล ตายไปบังเกิดในเทวโลก ชั้นกามาวจร. โจรเหล่านั้นผู้เป็นหัวหน้า ได้เป็นเทพบุตรหัวหน้า. ฝ่าย โจรนอกนั้น ได้เป็นบริวารของเทพบุตรผู้หัวหน้านั้นเอง. เทวบุตรเหล่า นั้น ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ สิ้นพุทธันดรหนึ่งในเทวโลก ในกาลพระผู้มี- พระภาคเจ้าของเรา จุติจากเทวโลกแล้วเทพบุตรผู้เป็นหัวหน้า เกิดเป็น บุตรชาวประมงผู้เป็นนายบ้าน ในตระกูล ๕๐๐ ในเกวัฏคาม ใกล้ประตู กรุงสาวัตถี. เขาขนานนามท่านว่า ยโสชะ. ฝ่ายเทพบุตรนอกนั้น เกิด เป็นบุตรชาวประมงนอกนั้น. ด้วยบุพเพสันนิวาส คนเหล่านั้นทั้งหมด เป็นเพื่อนกันเล่นฝุ่นด้วยกัน เจริญวัยโดยลำดับ ยโสชะเป็นเลิศกว่าคน เหล่านั้น. เขารวมกันทั้งหมด ถือแหเที่ยวจับปลาในแม่น้ำและในบึง เป็นต้น. วันหนึ่ง เมื่อเขาทอดแหในแม่น้ำอจิรวดี ปลาสีทองติดแห. ชาวประมงทั้งหมดเห็นดังนั้น พากันร่าเริงยินดีว่า ลูก ๆ ของพวกเรา เมื่อจับปลา จับได้ปลาทอง. ทีนั้นสหายทั้ง ๕๐๐ คนเหล่านั้น ใส่ปลาลง เรือ หามเรือไปแสดงแด่พระราชา. พระราชาทรงเห็นดังนั้นทรงพระ- ดำริว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า จักทรงทราบเหตุที่ปลานี้เป็นทอง จึงให้จับ ปลานั้นไปแสดงแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระศาสดาตรัสว่า ผู้นี้ เมื่อ ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสื่อมไป บวชปฏิบัติผิด ทำศาสนาให้ เสื่อมเกิดในนรก ไหม้อยู่ในนรกนั้นสิ้นพุทธันดรหนึ่ง จุติจากอัตภาพ นั้น เกิดเป็นปลาในแม่น้ำอจิรวดี ดังนี้ แล้วจึงทรงให้ปลานั้นนั่นแหละ เล่าถึงความที่เขาและมารดาพี่หญิงเกิดในนรก และพระเถระผู้เป็นพี่ชาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka