Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 335

เล่ม มมร. 44 หน้า 335 ข้อ 78
สามารถ อันกิเลสที่เธออบรมมาตลอดกาลหาเบื้องต้นมิได้ ติดอยู่ อันเป็น เหตุแห่งความประพฤติ เหมือนความประพฤติของคนผู้ยังละกิเลสไม่ได้ ในสันดาน แม้ของท่านผู้เว้นจากกิเลสได้แล้ว. ก็ว่าด้วยการละกิเลส เครื่องกางกั้นไญยธรรมด้วยความสมบูรณ์แห่งอภินิหาร เหตุแห่งความ ประพฤตินี้นั้น ไม่มีในสันดานของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ละกิเลสได้แล้ว แต่ยังมีในสันดานของพระสาวก และพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ยังละกิเลส อย่างนั้นไม่ได้ เพราะพระตถาคตเท่านั้นทรงเห็นอนาวรณญาณ. บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบอรรถนี้ กล่าวคือ ความไม่มีการมุ่งร้าย ในเมื่อท่านปิลินทวัจฉะ แม้จะเรียกผู้อื่นว่าคนถ่อย. บทว่า อิมํ อุทานํ ความว่า ทรงเปล่งอุทานนี้อันประกาศการบรรลุพระ- อรหัตผลของเธอ. บทว่า ยมฺหิ น วสติ น มาโน ความว่า มายามีลักษณะปกปิดโทษ ที่มีอยู่ และมานะมีลักษณะพองขึ้นอันเป็นไปด้วยการยกย่อง โดยนัยมี อาทิว่า เราเป็นผู้ประเสริฐ ดังนี้ ย่อมไม่อยู่ในพระอริยบุคคลใด คือ ไม่เป็นไป ไม่เกิดขึ้น เพราะท่านถอนได้แล้วด้วยมรรคจิต. บทวา โย วีตโลโภ อมโม นิราโส ความว่า ก็บุคคลใด ชื่อว่าปราศจากโลภะ เพราะปราศจากโลภะ อันมีลักษณะยึดอารมณ์โดยประการทั้งปวง อัน เป็นไปโดยปริยายแห่งกิเลสมีราคะเป็นต้น ชื่อว่าไม่ยึดว่าเป็นของเรา คือ ไม่หวงแหน เพราะไม่มีการยึดถือในอารมณ์ มีรูปเป็นต้น อย่างใด อย่างหนึ่งว่าเป็นของเรานั่นแหละ ชื่อว่าหมดความหวัง เพราะไม่หวังภพ เป็นต้น แม้ที่เป็นอนาคต. บทว่า ปนุณฺณโกโธ ความว่า ชื่อว่ากำจัด ความโกรธได้แล้ว คือถอนอาฆาตได้แล้ว เพราะละความโกรธซึ่งมี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka