Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 355

เล่ม มมร. 44 หน้า 355 ข้อ 83
ภัต นั่งประชุมกันในโรงกลม เกิดสนทนากันในระหว่างว่า ดูก่อนท่าน ผู้มีอายุทั้งหลาย ใครหนอแลย่อมรู้ศิลปะ. . .บางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า ศิลปะ ในทางภูมิศาสตร์เป็นยอดแห่งศิลปะทั้งหลาย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้า- พระองค์ทั้งหลายสนทนาเรื่องค้างไว้ในระหว่างนี้แล ก็พอดีพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าเสด็จมาถึง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่ เธอทั้งหลายเป็นกุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา กล่าวกถาเห็น ปานนี้นั้นไม่สมควรเลย เธอทั้งหลายประชุมกันแล้ว พึงกระทำอาการ ๒ อย่าง คือ ธัมมีกถา หรือดุษณีภาพอันเป็นอริยะ. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึง ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ผู้ไม่อาศัยศิลปะเลี้ยงชีพ ผู้เบา ปรารถนาประ- โยชน์ มีอินทรีย์สำรวมแล้ว พ้นวิเศษแล้วในธรรม ทั้งปวง ไม่มีที่อยู่เที่ยวไป ไม่ยึดถือว่าของเรา ไม่ มีความหวัง ผู้นั้นกำจัดมารได้แล้ว เป็นผู้เที่ยวไปผู้- เดียว ชื่อว่าเป็นภิกษุ. จบสิปปสูตรที่ ๙ อรรถกถาสิปปสูตร สิปปสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า โก นุ โข อาวุโส สิปฺปํ ชานาติ ความว่า อาวุโส เมื่อ พวกเราประชุมกันในที่นี้ ใครหนอจะรู้แจ้งอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka