Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 402

เล่ม มมร. 44 หน้า 402 ข้อ 89
สมณธรรม ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษแท้ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่า ยถาพล- สันโดษในเสนาสนะ. ภิกษุอีกรูปหนึ่ง ไม่รับเสนาสนะที่ดี แม้ที่ถึงเข้า ด้วยคิดว่า เสนาสนะนี้เป็นของประณีต เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท หรือ ได้เสนาสนะอันประณีตมีถ้ำ มณฑป และกูฏาคางเป็นต้น เพราะค่าที่เธอ มีบุญมาก เธอถวายเสนาสนะเหล่านั้น แก่พระเถระผู้บวชนานเป็นต้น เหมือนจีวรเป็นต้น ถึงจะอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษโดยแท้ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่า ยถาสารุปปสันโดษในเสนาสนะ. อนึ่ง ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ได้เภสัชปอน ๆ หรือประณีต เธอยินดีด้วยเภสัชนั้นนั่นแหละ ไม่ปรารถนาเภสัชอื่น ถึงจะได้ก็ไม่รับ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่า ยถาลาภสันโดษในคิลานปัจจัย. ก็ครั้นเธอ ต้องการน้ำมัน ได้น้ำอ้อย เธอถวายน้ำอ้อยนั้นแก่ภิกษุผู้ชอบพอกัน ประกอบเภสัชด้วยน้ำมัน จากมือของภิกษุผู้ชอบพอกันนั้น กระทำ สมณธรรม ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษแท้ อาการของภิกษุนั้นนี้ ชื่อว่ายถาพล- สันโดษในคิลานปัจจัย. ภิกษุอีกรูปหนึ่งมีบุญมาก ได้เภสัชที่ประณีตมี น้ำมัน น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยเป็นต้นเป็นอันมาก เธอถวายเภสัชนั้นแก่ พระเถระผู้บวชนานเป็นต้น เหมือนจีวรเป็นต้น ประกอบเภสัช ด้วยวัตถุ อย่างใดอย่างหนึ่งที่ตนได้มาแก่พระเถระเหล่านั้น ก็จัดว่าเป็นผู้สันโดษแท้ ส่วนภิกษุใด วางสมอดองด้วยน้ำมูตรเน่าในภาชนะหนึ่ง วางจตุมธุรสไว้ ในภาชนะหนึ่ง เมื่อเขาพูดว่า สิ่งใดที่ท่านต้องการเอาไปเถิดครับ ถ้าโรค ของเธอระงับไปด้วยเภสัชขนานใดขนานหนึ่งบรรดาเภสัชเหล่านั้น เธอ อนุสรณ์ถึงพระดำรัสว่า ชื่อว่าสมอดองด้วยน้ำมูตรเน่านี้ บัณฑิตมีพระ- พุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญแล้ว บรรพชาอาศัยเภสัชที่ดองด้วยน้ำมูตรเน่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka