Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 560

เล่ม มมร. 44 หน้า 560 ข้อ 122
บทว่า โสฬส อฏฺกวคฺคิกานิ ได้แก่ สูตร ๑๖ สูตร มีกามสูตร เป็นต้น อันเป็นวรรค ๘ วรรค. บทว่า สเรน อภณิ ได้แก่ ได้กล่าว ด้วยเสียงอันขับไปตามสูตร อธิบายว่า กล่าวโดยสรภัญญะ. บทว่า สร- ภญฺปริโยสาเน ได้แก่ ในการกล่าวเสียงสูงจบลง. บทว่า สุคฺคหิตานิ ได้แก่ เล่าเรียนโดยชอบ. บทว่า สุมนสิกตานิ ได้แก่ ใส่ใจด้วยดี. บุคคลบางคนในเวลาเล่าเรียน แม้เรียนโดยชอบ ภายหลังในเวลาทำไว้ ในใจ โดยการสาธยายเป็นต้น ก็กล่าวพยัญชนะให้ผิดไป หรือทำบทหน้า บทหลังให้ผิดพลาดไป พระโสณะนี้ หาเป็นเช่นนั้นไม่. แต่พระโสณะนี้ ใส่ใจตามที่เล่าเรียนมาโดยชอบทีเดียว. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า บทว่า ิสุมนสิกตานิ ได้แก่ ใส่ใจด้วยดี. บทว่า สุปธาริตานิ ได้แก่ แม้โดย อรรถเธอก็ทรงจำไว้ดีแล้ว. ก็เมื่อเธอทรงจำอรรถไว้ดีแล้ว ก็สามารถ สวดบาลีได้อย่างถูกต้อง. บทว่า กลฺยาณิยาสิ วาจาย สมนฺนาคโต ความว่า เธอเป็นผู้ประกอบด้วยวาจาของชาวเมือง บริบูรณ์ด้วยบทและ พยัญชนะอันกลมกล่อม ด้วยการกล่าวตามวิธี แห่งสิถิลและธนิตเป็นต้น. บทว่า วิสฏฺาย แปลว่า หลุดพ้น. ด้วยคำนั้นท่านแสดงถึงความที่ท่าน เป็นผู้มีวาทะว่าหลุดพ้น. บทว่า อเนลคลาย ความว่า โทษท่านเรียกว่า เอละ โทษของวาจานั้นไม่ไหลออกไป เหตุนั้น วาจานั้นชื่อว่า อเนลคลา อธิบายว่า วาจานั้น หาโทษมิได้. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อเนลคลาย ความว่า ด้วยวาจาอันหาโทษมิได้ และไม่คลาดเคลื่อนไป ชื่อว่าวาจาหา โทษมิได้ อธิบายว่า มีบทและพยัญชนะไม่คลาดเคลื่อน คือมีบทและ พยัญชนะไม่ขาดหาย. จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงสถาปนา เธอไว้ในเอตทัคคะว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุผู้สาวกของเรา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka