Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 572

เล่ม มมร. 44 หน้า 572 ข้อ 125
สธายมานา เพราะทำให้เป็นทีฆะ. อีกอย่างหนึ่ง ต่อแต่นั้น จึงกล่าวว่า สธายมานรูปา เพราะมีสภาวะเป็นอย่างนั้น. บาลีว่า สทฺทายมานรูปา ดังนี้ก็มี อธิบายว่า ทำเสียงอื้ออึง คือทำเสียงดัง. บทว่า ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺติ ความว่า กล่าวคำที่ชินปากนั้น ๆ ผ่านไปในวิสัยแห่งการ สดับของพระผู้มีพระภาคเจ้า. บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบอรรถนี้ คือทราบว่า คนเหล่านั้นไม่สำรวมวาจา จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงอรรถนั้นโดย ธรรมสังเวช. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปริมุฏฺา แปลว่า ผู้เขลา คือ มีสติ หลงลืม. บทว่า ปณฺฑิตาภาสา ความว่า ชื่อว่าบัณฑิตเทียม เพราะ เปล่งวาจาว่า ตนนั่นแหละรู้ในอรรถนั้น ๆ ด้วยเข้าใจว่า คนอื่นใครเล่า จะรู้ พวกเราเท่านั้น รู้ในอรรถนี้. บทว่า วาจาโคจรภาณิโน ความว่า วาจาเท่านั้นเป็นโคจร คือเป็นอารมณ์ของชนเหล่าใด ชนเหล่านั้น ชื่อว่า มีการกล่าววาจาเป็นอารมณ์ ชื่อว่าผู้มีปกติกล่าวเพียงวาจาเป็นที่ตั้งเท่านั้น เพราะไม่กำหนดรู้ถึงอรรถ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าผู้มีปกติกล่าววาจาเป็น อารมณ์ เพราะพูดมุสาวาท อันไม่เป็นอารมณ์ของวาจา คือมิใช่เป็น อารมณ์แห่งถ้อยคำของพระอริยะ. อีกอย่างหนึ่ง ท่านทำการรัสสะ อา อักษรให้เป็น อ อักษร ในบทว่า โคจรภาณิโน นี้. ผู้มักพูดมีวาจา เป็นอารมณ์ ไม่ใช่พูดมีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์. พูดอย่างไร ? คือ พูด ยืดยาวตามปรารถนา ได้แก่ พูดไปตามปากที่อยากจะพูด อธิบายว่า ทำหน้าสยิ้ว เพราะไม่เคารพในผู้อื่น และเพราะไม่สบอารมณ์ตน. อีก อย่างหนึ่ง อธิบายว่า พูดแต่วาจาเป็นอารมณ์เท่านั้น คือตนเองก็ไม่รู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka