อุปนิสัย มีความเพียร มิใช่ทำได้ยาก เพราะฉะนั้น พวกเธอพึงลุกขึ้น
พยายามเพื่อปฏิปทาอันหมดจดมีสีลวิสุทธิเป็นต้น. บทว่า สมฺปหํเสติ
ความว่า เมื่อทรงทำจิตของภิกษุเหล่านั้น ให้ยินดี ให้ร่าเริง ด้วยการ
ประกาศอานิสงส์แห่งพระนิพพาน โดยนัยมีอาทิว่า นี้ธรรมเป็นที่สร้างเมา
เป็นที่กำจัดความกระหาย เป็นที่ถอนความอาลัย และโดยนัยมีอาทิว่า
ธรรมนี้เป็นที่สิ้นราคะ โทสะ โมหะ และว่า นี้เป็นอสังขตธรรม และว่า
อมตธรรม สันติธรรม ดังนี้ ชื่อว่ายังภิกษุ ให้ร่าเริง ให้เบาใจ. บทว่า
เต จ ภิกฺขู อฏฺิกตฺวา ความว่า ภิกษุทั้งหลาย กำหนดอย่างนี้ว่า สิ่ง
อะไร ๆ มีอยู่ ประโยชน์นี้พวกเราควรบรรลุแล้ว เป็นผู้มีความต้องการ
ด้วยเทศนานั้น. บทว่า มนสิกตฺวา ความว่า วางไว้ในจิต ไม่ส่งจิตไป
ในที่อื่น คือกระทำเทศนานั้น ให้อยู่ในจิตของตนเท่านั้น. บทว่า สพฺพํ
เจตโส สมนฺนาหริตฺวา ความว่า นึกถึงเทศนาด้วยใจ อันเป็นตัวนำ
ทั้งปวง ตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด คือทำความคำนึงให้อยู่ในเทศนานั้นนั่นเอง.
อีกอย่างหนึ่ง. บทว่า สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา ความว่า นำมา
เนือง ๆ โดยชอบซึ่งเทศนา จากจิตทั้งหมด. ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้
ว่า เมื่อผู้แสดงทำเทศนาด้วยจิตใด ไม่ให้เทศนาที่เป็นไปจากจิตทั้งปวง
ออกไปภายนอกแล้วนำมาโดยเนือง ๆ โดยชอบ คือไม่ผิดแผก แล้วนำ
จิตสันดานของตนมาทรงไว้ด้วยดี ซึ่งเทศนาตามที่แสดงแล้ว ๆ. บทว่า
โอหิตโสตา ได้แก่ เงี่ยโสตลงสดับ คือตั้งโสตไว้ด้วยดี. อีกอย่างหนึ่ง.
บทว่า โอหิตโสตา ได้แก่ มีโสตประสาทอันอะไร ๆ ไม่รบกวน. จริงอยู่
บุคคลแม้เมื่อได้โสตประสาทที่ไม่มีอะไรรบกวนนั้นนั่นแล จึงไม่ฟุ้งซ่านไป
ในการฟังเหมือนสติสังวร ควรจะกล่าวได้ว่า ในจักขุนทรีย์เป็นต้นบ้าง ใน