Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 756

เล่ม มมร. 44 หน้า 756 ข้อ 174
โน้น พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เหมือนบุรุษผู้มีกำลังพึงเหยียดแขนที่คู้หรือพึง คู้แขนที่เหยียด ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเห็นมนุษย์เหล่านั้น บางพวกแสวงหาเรือ บางพวกแสวงหาพ่วง บางพวกผูกแพ ต้องการจะ ข้ามไปฝั่งโน้น. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงทรง เปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ชนเหล่าใดจะข้ามห้วงน้ำคือสงสาร และสระคือ ตัณหา ชนเหล่านั้นกระทำสะพานคืออริยมรรค ไม่ แตะต้องเปือกตมคือกามทั้งหลาย จึงข้ามสถานที่ลุ่ม อันเต็มด้วยน้ำได้ ก็ชนแม้ต้องการจะข้ามน้ำมีประ- มาณน้อย ก็ต้องผูกแพ ส่วนพระพุทธเจ้า และ พุทธสาวกทั้งหลายเป็นผู้มีปัญญา เว้นจากแพก็ข้าม ได้. จบปาฏลิคามิยสูตรที่ ๖ อรรถกถาปาฏลิคามิยสูตร ปาฏลิคามิยสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า มคเธสุ แปลว่า ในแคว้นมคธ. บทว่า มหตา ความว่า แม้ ในที่นี้ ได้แก่ ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เพราะใหญ่โดยคุณบ้าง ใหญ่โดยจำนวน โดยการกำหนดนับไม่ได้บ้าง. บทว่า ปาฏลิคาโม ได้แก่ บ้านตำบลหนึ่ง ในแคว้นมคธ อันมีชื่ออย่างนี้. ข่าวว่า ในวันสร้างบ้านนั้น หน่อแคฝอย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka