Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 44 หน้าที่ 766

เล่ม มมร. 44 หน้า 766 ข้อ 174
ไม่เสด็จช้าเกินไป. พระองค์เสด็จไปไม่ได้ทอด พระเนตรดูเบื้องบนเบื้องล่าง เบื้องขวาง ทศน้อย ทิศใหญ่ก็เหมือนกัน ทรงทอดพระเนตรเพียงชั่วแอก. พระชินเจ้าพระองค์นั้น เสด็จเยื้องกรายดุจพญาช้าง ย่อมงดงามในการเสด็จดำเนินไป พระองค์เป็นผู้เลิศ ของโลก เสด็จดำเนินไปงดงาม ทำโลกพร้อมทั้ง เทวโลกให้ร่าเริง. พระองค์งดงามดุจพญาอุสภะ ดุจไกรสรราชสีห์ มีการเดินอย่างงดงาม ทรงยัง เหล่าสัตว์เป็นอันมากให้ยินดี เสด็จเข้าถึงบ้านอัน ประเสริฐ. นี้ชื่อว่าเป็นเวลาสรรเสริญ กำลังของพระธรรมกถึกเท่านั้น เป็น ประมาณในการสรรเสริญพระโฉม และสรรเสริญพระคุณของพระผู้มี- พระภาคเจ้า ในกาลทั้งหลายเช่นอย่างนี้. ด้วยจุรณียบทที่ผูกเป็นคาถา ควรจะกล่าวเท่าที่สามารถ ไม่ควรจะกล่าวว่า กล่าวได้ยาก หรือว่าแล่น ไปผิดท่า. จริงอยู่ ถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ก็ย่อมไม่สามารถกล่าวคุณ ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามีพระคุณหาปริมาณมิได้โดยสิ้นเชิง เพราะ เมื่อสรรเสริญพระคุณอยู่ตลอดกัป ก็ไม่สามารถจะให้พระคุณสิ้นสุดลงได้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงหมู่สัตว์นอกนี้เล่า. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตบแต่งประดับด้วยพระสิริวิลาสนี้ เสด็จ เข้าไปยังปาฏลิคาม อันชนผู้มีจิตเลื่อมใสบูชาด้วยสักการะ มีดอกไม้ ของ หอม ธูป และจุณสำหรับอบเป็นต้น เสด็จเข้าไปยังอาวสถาคาร. ด้วย เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงครองผ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka