นั่งบนบวรพุทธอาสน์นั้น ไพโรจน์อยู่ในท่ามกลาง
พุทธอาสน์ เหมือนแท่งทองคำงดงามอยู่ในผ้ากัมพล
สีเหลืองฉะนั้น. พระองค์ผู้ปราศจากมลทินย่อมไพ-
โรจน์ เหมือนแท่งทองชมพูนุท ที่เขาวางไว้บนผ้า
กัมพลเหลือง เหมือนแก้วมณีงดงามฉะนั้น ทรง
ไพโรจน์งามสะพรั่งกว่าสิ่งทั้งปวง เหมือนต้นสาละ
ใหญ่ มีดอกบานสะพรั่ง อันประดับด้วยพระยาไม้
คล้ายปราสาททองคำเหมือนดอกปทุมโกกนุท เหมือน
ต้นไม้ที่ประดับด้วยประทีปโพลงอยู่ เหมือนไฟบน
ยอดเขา เหมือนต้นปาริฉัตรของเทวดาฉะนั้น.
บทว่า ปาฏลิคามิเก อุปาสเก อามนฺเตสิ ความว่า เพราะเหตุที่ใน
อุบาสกอุบาสิกาเหล่านั้น คนเป็นอันมากตั้งอยู่ในศีล ฉะนั้นเพื่อจะประกาศ
โทษแห่งศีลวิบัติ เป็นอันดับแรกก่อนแล้ว ภายหลังจึงแสดงอานิสงส์แห่ง
ศีลสมบัติ จึงตรัสเรียกมาเพื่อแสดงธรรม โดยนัยมีอาทิว่า ปญฺจิเม
คหปตโย ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุสฺสีโล ได้แก่ ผู้ไร้ศีล. บทว่า
สีลวิปนฺโน ได้แก่ ผู้มีศีลวิบัติ คือผู้ทำลายสังวร. ก็ในบทเหล่านี้
ด้วยบทว่า ทุสฺสีโล ตรัสถึงบุคคลผู้ไม่มีศีล. ก็บุคคลผู้ไม่มีศีลนั้น
มี ๒ อย่าง คือ เพราะไม่สมาทาน หรือทำลายศีลที่สมาทานแล้ว. ใน
๒ อย่างนั้น ข้อต้นไม่มีโทษ เหมือนอย่างข้อที่ ๒ ที่มีโทษแรงกว่า.
เพื่อจะแสดงความไม่มีศีล ซึ่งมีโทษตามที่ประสงค์เป็นเหตุ ด้วยเทศนา
เป็นบุคลาธิษฐาน จึงตรัสคำว่า สีลวิปนฺโน ดังนี้. ด้วยเหตุนั้น พระองค์