Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 74

เล่ม มมร. 45 หน้า 74 ข้อ 179
สมณพราหมณ์ผู้เจริญ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ ตกอยู่ในตัณหา ก็ทำให้ สะดุ้งหวั่นไว้ได้เหมือนกัน บุรุษมีตัณหาเป็นเพื่อน ท่องเที่ยวไป ตลอดเวลายาวนาน ไม่ล่วงพ้นสงสารอัน มีความเป็นอย่างนี้ และมีความเป็นอย่าง อื่นไปได้ ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี โทษ เสมอด้วยโทสะไม่มี เราถูกกามราคะเผา จิตของเราถูก เผาด้วย ผู้ที่ถูกราคะย้อมย่อมตกไปสู่กระ แสตัณหา เหมือนแมงมุมตกไปสู่ตาข่ายที่ คนทำเองฉะนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ธรรมทั้งหลาย ๖ ประการย่อมเป็นไปเพื่อละ กามราคะได้ คือ การถือเอาอสุภนิมิต ๑ การบำเพ็ญอสุภภาวนา ๑ การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ การรู้จักประมาณในการ บริโภค ๑ การคบมิตรดี ๑ การสนทนาเป็นที่สบาย ๑. จริงอยู่แม้เมื่อ ถือเอาอสุภนิมิต ๑๐ อย่าง ก็ละกามราคะได้ แม้เมื่อขวนขวายบำเพ็ญ อสุภภาวนาในอสุภะ ที่มีวิญญาณด้วยการเจริญกายคตาสติ ในอสุภะที่ไร้ วิญญาณด้วยพิจารณาศพที่ขึ้นนพองเป็นต้น ก็ละกามราคะได้ แม้ปิดทวารด้วย ประตู คือ สติ โดยสำรวมในอินทรีย์มีใจเป็นที่ ๖ ก็ละกามราคะได้ แม้เมื่อ มีโอกาสกลืนคำข้าว ๔-๕ คำจึงดื่มน้ำ แล้วรู้ประมาณในโภชนะเพียงเพื่อให้ ชีวิตเป็นไปตามปกติ ก็ละกามราคะได้. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka