Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 76

เล่ม มมร. 45 หน้า 76 ข้อ 179
นั้นก็ยังไม่เกิด เพราะต้นไม้ถูกตัด จะพึงเกิดไม่ได้ ฉันใด เมื่อบรรลุอริย- มรรค ความโลภที่ควรเกิด ย่อมไม่เกิด เพราะถูกกำจัดในปัจจุบันด้วยบรรลุ อริยมรรค. ความโลภนี้เท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า เกิดเพราะได้ภูมิ. จริงอยู่ เบญจขันธ์อันเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา ชื่อว่า ภูมิ เพราะเป็นฐานให้เกิด ความโลภนั้น. ท่านกล่าวอธิบายความข้อนี้ไว้ว่า ความโลภเกิดเพราะได้ภูมิดัง ที่จะกล่าวว่า สา ภูมิ เตน ลทฺธา ภูมินั้นอันความโลภได้แล้ว ๑ เกิดเพราะยึดถืออารมณ์ ๑ เกิดเพราะไม่ข่มไว้ ๑ เกิดเพราะไม่ถอน ๑. บทว่า ตตฺถ คือ ในสูตรนั้น. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระ สูตรหนึ่งโดยผูกเป็นคาถา. ถามว่าใครกล่าว. ตอบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า. ก็ในฐานะเช่นนั้นอื่น ๆ พระสังคีติกาจารย์เป็นผู้ผูกคาถา. แต่ในที่นี้พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงถือเอาความที่พระองค์ตรัสด้วยอัธยาศัย ของบุคคลผู้ชอบคาถา จึงตรัสเป็นคาถา. ในบทคาถานั้นว่า เยน โลเภน ลุทฺธาเส สตฺตา คฺจฉนฺติ ทุคฺคตึ สัตว์ทั้งหลายโลภแล้วด้วยความโลภใด ย่อมไปสู่ทุคติ อธิบายว่า สัตว์ ทั้งหลายโลภด้วยความโลภใด อันมีลักษณะเกาะอารมณ์ มีกิจรสเกี่ยวข้องแต่ ความโลภนั้น คือ อยากได้ผูกมัดในอายตนะภายในและภายนอก. บทว่า เส เป็นเพียงนิบาต. ก็นักคิดอักษรทั้งหลายต้องการลง เส อักษรในฐานะเช่นนี้. สัตว์ไม่ประพฤติสุจริตไร ๆ ในกายสุจริตเป็นต้นเพราะเป็นผู้โลภอย่างเดียวเท่า นั้น สะสมกายทุจริตเป็นต้น ได้ชื่อว่า สัตว์ เพราะเป็นผู้ต้องอยู่ในรูปเป็น ต้น ย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดเดียรัจฉาน เปรตวิสัยอันได้ ชื่อว่า ทุคติ เพราะ เป็นที่ให้เกิดทุกข์ด้วยการถือปฏิสนธิ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka