Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 99

เล่ม มมร. 45 หน้า 99 ข้อ 186
อรรถกถามานสูตร ในมานสูตรที่ ๘ ไม่มีเรื่องที่ไม่เคยกล่าว เทศนาเป็นไปด้วยมานะล้วน. ในคาถาทั้งหลายมีอธิบายดังต่อไปนี้. บทว่า มานูเปตา อยํ ปชา ความว่า สัตว์เหล่านี้ได้ชื่อว่า ปชา เพราะเกิดด้วยกรรมกิเลส ประกอบด้วย มานะอันมีการคือตัวเป็นลักษณะ. บทว่า มานคณฺา ภเว รตา ความว่า สัตว์ทั้งหลายถูกมานะร้อยรัด คือ ประกอบด้วยมานสังโยชน์ อบรมมาจาก มานะนั้นเป็นเวลานาน ยินดีในกามภพเป็นต้น ด้วยเหตุผิดในสังขารนั้นว่า เที่ยง เป็นสุข มีตัวตน เป็นต้น เพราะมัวหมกมุ่นในสังขารทั้งหลายว่า นี้ของเราด้วยความถือตัว. บทว่า มานํ อปริชานนฺตา ความว่า ไม่กำหนด รู้มานะนั้นด้วยปริญญา ๓ หรือไม่พ้นมานะนั้นด้วยอรหัตมรรคญาณ. อาจารย์ บางพวกกล่าวว่า มานํ อปริญฺาย ดังนี้. บทว่า อาคนฺตาโร ปุนพฺภวํ ความว่า เป็นผู้ต้องไปคือต้องเข้าไปสู่ภพอันจะต้องเกิดต่อไปอีก หรือสู่สงสาร อันได้แก่ภพใหม่ จากที่เกิดบ่อย ๆ ด้วยการหมุนเวียนไป ๆ มา ๆ. อธิบายว่า ไม่พ้นไปจากภพ. บทว่า เย จ มานํ ปหนฺตฺวาน วิมุตฺตา มานสํสเย แปลว่า ก็สัตว์เหล่าใดละมานะได้แล้ว น้อมไปในธรรมเป็นที่สิ้นมานะ อธิบายว่า ก็สัตว์เหล่าใดละมานะเสียด้วยประการทั้งปวง ด้วยอรหัตมรรคแล้ว น้อมไป คือ น้อมไปด้วยดีในอรหัตผล หรือในนิพพานอันเป็นที่สิ้นสุดมานะด้วยการ หลุดพ้นกิเลสทั้งมวล อันมีมานะนั้นเป็นตัวเอก. บทว่า เต มานคณฺาภิภูตา สพฺพํ คณฺํ อุปจฺจคุํ แปลว่า สัตว์เหล่านั้น ครอบงำกิเลสเครื่องร้อยรัด คือ มานะเสียไค้ ก้าวล่วงกิเลส เครื่องร้อยรัดทั้งปวง ความว่า สัตว์เหล่านั้น คือ พระอรหันต์ผู้มีสังโยชน์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka