Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 131

เล่ม มมร. 45 หน้า 131 ข้อ 196
บาดหมางเป็นเบื้องต้นของการทะเลาะ. บทว่า ปริภาสา ได้แก่คุกคามโดยให้เกิด ความกลัวว่า เราจักทำความฉิบหายนี้ ๆ แก่พวกท่าน ดังนี้ . บทว่า ปริกฺเขปา ได้แก่ ดูหมิ่นด้วยชาติเป็นต้น คือ ด่าและสบประมาท ด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐. บทว่า ปริจฺจชนา ได้แก่ ขับไล่ให้ออกไปโดยทำอุกเขปนียกรรม (การลงโทษ ให้ออกจากหมู่) เป็นต้น. บทว่า ตตฺถ ได้แก่ ในเพราะสงฆ์แตกกันนั้น หรือในเพราะความบาดหมางกันเป็นต้น อันเป็นนิมิตแห่งสังฆเภทนั้น. บทว่า อปฺปสนฺนา ได้แก่ ชนผู้ไม่รู้ถึงคุณของพระรัตนตรัย. บทว่า นปฺปสีทนฺติ ได้แก่ ไม่เลื่อมใสอย่างอาการเลื่อมใสในภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุเหล่านี้เป็นผู้ ประพฤติธรรม เป็นผู้ประพฤติสม่ำเสมอเป็นต้น หรือไม่สนใจที่จะฟัง จะเชื่อ ภิกษุเหล่านั้น . อนึ่ง เป็นผู้ไม่เลื่อมใสในพระธรรมและในพระศาสดาก็เหมือน- กัน. บทว่า เอกจฺจานํ อญฺถตฺตํ ได้แก่ ปุถุชนผู้มีศรัทธาไม่แก่กล้าก็จะ เลื่อมใสอย่างอื่นไป. จะอธิบายในคาถาต่อไป. ในบทว่า อาปายิโก เป็นต้น ชื่อว่า อาปายิโก เพราะควรจะไปบังเกิดในอบาย. ชื่อว่า เนรยิโก เพราะจะต้อง เกิดในมหานรก คือ อเวจีนั้น. ชื่อว่า กปฺปฏฺโ เพราะตั้งอยู่ในมหา นรกนั้นตลอดอันตรกัปหนึ่งบริบูรณ์. ชื่อว่า วคฺครโต เพราะยินดีในพวก ทำลายสงฆ์ด้วยกัน. ชื่อว่า อธมฺโม เพราะไม่ใช่ธรรม. ชื่อว่า อธมฺมฏฺโ เพราะตั้งอยู่ในอธรรม คือ ทำลายสงฆ์ด้วยเภทกรวัตถุ (เรื่องทำการทำลาย). บทว่า โยคกฺเขมโต ได้แก่ ย่อมกำจัด คือ ย่อมเสื่อมจากธรรมอันเกษมจาก โยคะนั้น. พระอรหัตและพระนิพพาน ชื่อว่า เกษมจากโยคะ เพราะปลอดจาก โยคะ ๔ แต่ไม่ควรพูดถึง ในการกำจัดพระอรหัตและพระนิพพานนั้นจากธรรม อันเกษมจากโยคะนั้น. ชื่อว่า สํฆํ เพราะอรรถว่า สืบต่อจากความเป็นผู้มี ทิฏฐิและศีลเสมอกัน. ชื่อว่า สมคฺคํ คือให้ความเกื้อกูลกัน เพราะประกอบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka