เมตตาอยู่ไซร้ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้มีกุศล
เพราะการเจริญเมตตานั้น อันพระอริย-
บุคคลมีใจอนุเคราะห์ซึ่งมีสัตว์มีชีวิตทุกหมู่-
เหล่า ย่อมกระทำบุญเป็นอันมาก พระ-
ราชฤาษีทั้งหลายทรงชนะซึ่งแผ่นดิน อัน
เกลื่อนกล่นด้วยหมู่สัตว์ ทรงบูชาอยู่ซึ่ง
บุญเหล่าใด ( คือ อัสสเมธะ ปุริสเมธะ
สัมมาปาสะ วาชเปยยะ นิรัคคฬะ) เสด็จ
เที่ยวไป บุญเหล่านั้นย่อไม่ถึงแม้เสี้ยวที่
๑๖ แห่งเมตตาจิต อันบุคคลเจริญดีแล้ว
(เหมือนหมู่ดาวทั้งหมด ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่
๑๖ แห่งรัศมีพระจันทร์ฉะนั้น) ผู้ใดมี
ส่วนแห่งจิตประกอบด้วยเมตตาให้สัตว์ทุก
หมู่เหล่า ย่อมไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
ไม่ชนะเอง ไม่ใช่ผู้อื่นให้ชนะ เวรของ
ผู้นั้นย่อมไม่มีเพราะเหตุอะไร ๆ เลย.
เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า
ได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล.
จบเมตตาภาวสูตรที่ ๗
จบตติยวรรคที่ ๓