กำหนดการฆ่าม้าอัน เป็นชื่อโดยปริยาย เป็นทักษิณาให้สมบัติดังกล่าวแล้วใน
อัสสเมธะ อันควรบูชาด้วยยัญ ๙ อย่าง กับด้วยพื้นที่และบุรุษ. บทว่า
จนฺทปฺปภา ได้แก่ รัศมีพระจันทร์. บทว่า ตารคณาว สพฺเพ ความว่า
หมู่ดาวแม้ทั้งหมด ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของรัศมีพระจันทร์ ฉันใด ยัญ
ทั้งหลายมีอัสสเมธะเป็นต้นเหล่านั้น ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของเมตตาจิตที่
กล่าวไว้ดีแล้ว โดยลักษณะที่กล่าวแล้ว ฉันนั้น.
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำมีอาทิว่า โย น หนฺติ ดังนี้
เพื่อทรงแสดงถึงอานิสงส์แห่งเมตตาภาวนา อันเป็นปัจจุบันและสัมปรายภพ
แม้อื่นอีก. ในบทเหล่านั้น บทว่า โย ได้แก่ บุคคลผู้ขวนขวายแล้วในการ
เจริญเมตตาพรหมวิหาร. บทว่า น หนฺติ ได้แก่ ไม้เบียดเบียนสัตว์ไร ๆ
หรือไม่ทำร้าย ด้วยก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น เพราะข่มพยาบาทไว้ด้วยดี
ด้วยอานุภาพแห่งเมตตานั้นแล. บทว่า น ฆาเตติ ได้แก่ ไม่ชักชวนผู้อื่น
ให้ฆ่าสัตว์. บทว่า น ชินาติ ได้แก่ ไม่ชนะใคร ๆ ด้วยการแข่งดี และ
พูดหาเรื่องทะเลาะกัน. หรือไม่ชนะใคร ๆ ด้วยก่อคดีเป็นต้น หมายจะทำให้
เกิดความเสื่อม เพราะไม่มีการแข่งดีนั่นเอง. บทว่า น ชาปเย ได้แก่
ไม่พึงชักชวนแม้คนอื่นทำให้คนอื่นเขาเสื่อมจากทรัพย์. บทว่า เมตฺตํโส
ได้แก่ มีส่วนแห่งจิตสำเร็จด้วยเมตตา. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า เมตฺตํโส เพราะ
มีส่วนแห่งเมตตา คือมีส่วนต่าง ๆ เพราะไม่ละโดยถ่องแท้. บทว่า สพฺพ-
ภูเตสุ ได้แก่ ในสรรพสัตว์. บทว่า เวรนฺตสฺส น เกนจิ ได้แก่ อกุศลเวร
ของผู้นั้นย่อมไม่มี เพราะเหตุอะไร ๆ เลย อธิบายว่า ความพิโรธอันได้แก่
เวรในบุคคล ย่อมไม่มีแก่ผู้มีวิหารธรรมคือเมตตานั้น กับด้วยบุรุษไร ๆ เลย.
จบอรรถกถาเมตตาภาวสูตรที่ ๗