Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 303

เล่ม มมร. 45 หน้า 303 ข้อ 221
อาหาร. แต่ในบัดนี้พึงทราบว่า โทษทั้งหลายชื่อว่า ตัณหา เพราะตัณหาท่าน ใช้ศัพท์ว่า เนตติ. เพราะฉะนั้น ชื่อว่า อาหารเนตฺติภวํ เพราะมีอาหาร และตัณหาเป็นแดนเกิด หรือชื่อว่า อาหาร เพราะอรรถว่า นำไป ชื่อตัณหา เพราะอรรถว่า เป็นไป แม้อย่างนี้ก็ชื่อว่า อาหารเนตฺติปฺปภวํ. บทว่า นาลํ ตทภินนฺทิตุํ ได้แก่ไม่ควรยินดี พอใจอุปาทานขันธ์ ๕ อันเป็นไปยิ่งด้วยปัจจัยอย่างนี้ จากนั้นก็เป็นของไม่เที่ยงและเป็นทุกข์ด้วย ตัณหาและทิฏฐิ. บทว่า ตสฺส นิสฺสรณํ ความว่า การสลัดออก คือ การออกไปแห่งสักกายะนั้นดังได้กล่าวแล้วโดยนัยมีอาทิว่า ชาตํ ภูตํ เกิดแล้ว เป็นแล้ว ดังนี้ ชื่อว่าเป็นบท เพราะควรเข้าถึงด้วยการล่วงสังสารทุกข์ อันชื่อว่า ระงับ เพราะไม่มีกิเลสมีราคะเป็นต้น และสังขารทั้งปวงอันมีสภาพไม่สงบ เพราะความสงบแห่งกิเลสและสังขารนั่นแล เพราะมีความสรรเสริญ ชื่อว่า จะคาดคะเนเอาไม่ได้ เพราะไม่มีอารมณ์แห่งในการคาดคะเน ชื่อว่าเป็นของ ยั่งยืน เพราะอรรถว่าเที่ยง จากนั้นก็ไม่เกิด ไม่เกิดพร้อม ชื่อว่า ไม่มีความโศก เพราะไม่มีเหตุให้โศก ชื่อว่า ปราศจากธุลี เพราะธุลีมีราคะเป็นต้นปราศจาก แล้วชื่อว่า ความดับ เพราะเป็นเหตุดับแห่งทุกขธรรมมีชาติเป็นต้น ชื่อว่า เป็นความสงบแห่งสังขาร เพราะเป็นเหตุสงบแห่งสังขารทั้งปวงอันเป็นทุกข- ธรรม จากนั้นก็ชื่อว่าเป็นความสุข เพราะเป็นความสุขโดยส่วนเดียว. พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงยกย่องอมตมหานิพพานเท่านั้นด้วยบททั้งหมด. พระผู้มีพระภาคะจ้าทรงยังนิพพานให้แจ่มแจ้งด้วยแย้งกันในคาถาที่ ๑ ด้วยการคล้อยตาม ด้วยคาถาที่ ๒ ด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาอชาตสูตรที่ ๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka