Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 309

เล่ม มมร. 45 หน้า 309 ข้อ 222
ย่อมได้. บทว่า สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ ได้แก่ ย่อมเสวยสุขและทุกข์อัน เป็นวิบาก คือย่อมได้ด้วยไตรทวาร. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงอุปาทิเสสะ ด้วยเหตุเพียงนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อทรงแสดงสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ จึงตรัสคำมีอาทิว่า ตสฺส โย ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺส ได้แก่ พระอรหันต์ผู้ยังมีสอุปาทิเสสะ นั้น. บทว่า โย ราคกฺขโย ได้แก่ ความสิ้นไป คืออาการสิ้นไป ความ ไม่มี ความไม่เกิดในที่สุดแห่งราคะ. แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้. เป็นอันแสดง ถึงสอุปาทิเสสนิพพานธาตุอันสิ้นราคะเป็นต้น ด้วยเหตุเพียงนี้. บทว่า อิเธว ได้แก่ ในอัตภาพนี้แล. บทว่า สพฺพเวทยิตานิ ได้แก่ เวทนาทั้งหมดมี สุขเวทนาเป็นต้น. อัพยากตเวทนา กุสลากุสลเวทนา ท่านละได้ก่อนแล้ว. บทว่า อนภินนฺทิตานิ ได้แก่ อันกิเลสมีตัณหาเป็นต้น ให้เพลิดเพลินไม่ได้แล้ว. บทว่า สีติภวิสฺสนฺติ ได้แก่ จักเย็น ด้วยความ สงบส่วนเดียว ได้แก่ความสงบระงับความกระวนกระวายในสังขาร คือ จักดับ ด้วยการดับอันไม่มีปฏิสนธิ. มิใช่เพียงเวทนาอย่างเดียวเท่านั้น จักดับ แม้ ขันธ์ ๕ ทั้งหมดในสันดานของพระขีณาสพก็จักดับ. ท่านใช้เทศนาด้วยหัวข้อ ว่า เวทยิตะ. ในคาถาทั้งหลายพึงทราบอธิบายดังต่อไปนี้. บทว่า จกฺขุมตา ได้แก่ ผู้มีจักษุด้วยจักษุทั้งหลาย ๕ คือ พุทธจักษุ ธรรมจักษุ ทิพจักษุ ปัญญาจักษุ สมันตจักษุ. บทว่า อนิสฺสิเตน ได้แก่ ไม่อาศัยธรรมไร ๆ โดยเป็นที่อาศัย ของตัณหาและทิฏฐิ หรือไม่ผูกพันด้วยเครื่องผูกคือราคะเป็นต้น . บทว่าตาทินา ได้แก่ ผู้คงที่อันมีลักษณะคงที่ กล่าวคือความเป็นผู้มีสภาพเป็นหนึ่ง ใน อารมณ์ทั้งปวง มีอิฏฐารมณ์เป็นต้น ด้วยอุเบกขามีองค์ ๖. บทว่า ทิฏฺ- ธมฺมิกา ได้แก่ นิพพานธาตุอันมีคือ เป็นไปในอัตภาพนี้. บทว่า ภวเนตฺติ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka